47 อยํ างไรก็ตาม การปฏิบั ติห น๎ าที่ของพนัก งานสอบสวนนั้ น ส านักงานตารวจแหํ งชาติได๎มี คาสั่ ง ที่ 414/2556 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 เรื่องกาหนดการอานวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทา สานวน สอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ เรํงรัดการสอบสวนคดีอาญาของพนักงานสอบสวน โดยกาหนดให๎ พนักงานรับแจ๎งเหตุและลงหลักฐานรับคาร๎องทุกข๑หรือคากลําวโทษและรีบดาเนินการสอบสวนโดยไมํชักช๎า ซึ่ง จากการตรวจสอบข๎อเท็จจริงปรากฏวําพนักงานสอบสวนสถานีตารวจนครบาลลุมพินีได๎รับร๎องทุกข๑ตั้งแตํ 6 มกราคม 2554 แตํสรุปสานวนการสอบสวนสํงผู๎บังคับบัญชา วันที่ 30 ตุลาคม 2556 ระยะเวลาทั้งสิ้น 2 ปี 9 เดือน โดยทาง สถานีตารวจนครบาลลุมพินีชี้แจงวํา เนื่องจากคดีมีพนักงานสอบสวนรับผิดชอบหลายคน และ จากการตรวจสอบพบวําร๎อยตารวจเอก บ. ได๎ทาสานวน เป็นเวลา 1 ปี 7 เดือน ยังไมํเสร็จแล๎วย๎ายไปสถานี ตารวจนครบาลทุํงมหาเมฆ และทางสถานีตารวจนครบาลลุม พินีได๎มีหนังสือไปยังสถานีตารวจนครบาลทุํง มหาเมฆเพื่ อ พิ จ ารณาข๎ อ บกพรํ อ งดั ง กลํ า ว คณะอนุ ก รรมการตรวจสอบการละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนใน กระบวนการยุติธรรมเห็นวํา การตรวจสอบข๎อเท็ จจริงเสร็จสิ้นแล๎ว จึงมีมติให๎ยุติการตรวจสอบเสนอเรื่องตํอ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหํงชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหํงชาติ พิจารณาผลการตรวจสอบข๎อเท็จจริง เห็นวํา กรณีคาร๎อง พนักงานสอบสวนได้ดาเนินการตามขั้นตอนตามที่กฎหมายกาหนดแล้ว อีกทั้งสถานีตารวจนครบาลลุมพินีได๎มี หนังสือแจ๎งให๎สถานีตารวจนครบาลทุํงมหาเมฆพิจารณาเรื่องทาการสอบสวนลําช๎าไปตามอานาจหน๎าที่แล๎ว เห็นควรให๎ยุติเรื่อง (รายงานผลพิจารณาที่ 375/2557) 30) คาร้องที่ 362/2556: กรณีการแถลงข่าวอันกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล ผู๎ร๎อง ร๎องเรียนวําอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษกับพวกได๎รํวมกันแถลงขําว กรณีสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียกผู๎ร๎องซึ่งเป็นลูกศิษย๑ของนาย ว. เพื่อให๎ปากคากรณีนาย ว. ถูกกลําวหาวําหลอกลวงประชาชน ซึ่งในการแถลงขําวกรมสอบสวนคดีพิเศษแจ๎งตํอสื่อมวลชนวําผู๎ร๎องเคยมีประวัติออกหมายจับคดียัดยอกทรัพย๑ และอาจมีความผิดเกี่ยวกับทรัพย๑ในข๎อหาอื่นๆ อีกทั้งเคยถูกจับกุมในคดีชุมนุมทางการเมือง ตํอมาสื่อมวลชน ได๎นาข๎อมูลไปลงหนังสือพิมพ๑หลายฉบับทาให๎ผู๎ร๎องได๎รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิ สํวนบุคคลผู๎ร๎องจึงขอให๎ตรวจสอบกรณีดังกลําว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหํงชาติ พิจารณาคาร๎องและความเห็นของอนุกรรมการสิทธิมนุษยชน ด๎ า นกฎหมายและการเลื อ กปฏิ บั ติ อ ยํ า งไมํ เ ป็ น ธรรมแล๎ ว เห็ น วํ า เนื่ อ งจากผู๎ ร๎ อ งไมํ จั ด สํ ง เอกสารหรื อ พยานหลักฐานที่เกี่ยวข๎องมาภายในกาหนดเวลาและไมํได๎แจ๎งเหตุขัดข๎องในการจัดสํงเอกสารพยานหลักฐา น จึงต๎องพิจารณาคาร๎องตามเอกสารและข๎อมูลที่รวบรวมได๎ ซึ่งประเด็นที่ผู๎ร๎องกลําวอ๎างวําอธิบดีกรมสอบสวน คดี พิ เ ศษและพวกแถลงขํ า วเกี่ ย วกั บ ประวั ติ สํ ว นบุ ค คลท าให๎ ผู๎ ร๎ อ งเสี ย ชื่ อ เสี ย ง จากการตรวจสอบ พยานหลักฐานพบวําข๎อความที่ปรากฏในหนังสือพิมพ๑เป็นการรายงานขําวของผู๎สื่ อขําวไมํปรากฏวําได๎ข๎อมูลผู๎ ร๎องมาจากที่ใด ประกอบกับในวันแถลงกรมสอบสวนคดีพิเศษชี้แจงวําไมํได๎พาดพิงถึงผู๎ร๎องรวมถึงมิได๎มีการพูด เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพยานหลักฐานแหํงคดีที่จะมีผลให๎เสียรูปคดี ทั้งนี้ยังไมํปรากฏข๎อเท็จจริงตามที่ผู๎ ร๎องร๎ องเรี ย นมา อีกทั้งผู๎ ร๎ องได๎ใช๎สิทธิในการร๎องทุกข๑กลํ าวโทษตํอพนักงานสอบสวนและฟูองคดีตํอกรม

اختر الفقرة المستهدفة3