กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
• ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้ซื้อบ้านโดยยื่นกู้กับธนาคาร xx ซึ่งทางธนาคารได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมในส่วน
ของการท�ำประกันชีวิตเพื่อได้สิทธิในส่วนลดดอกเบี้ยบ้านในปีแรก ซึ่งข้าพเจ้าตกลงท�ำประกันชีวิตดังกล่าว โดยทาง
ธนาคารเป็นผู้เลือกบริษัทประกันชีวิตเอง ทั้งนี้ ในตอนแรกข้าพเจ้าได้ให้ข้อมูลโดยระบุที่อาศัยตามบัตรประชาชน คือ
จังหวัดระยอง และต่อมาได้รับการแจ้งกลับจากทางธนาคารว่า ทางบริษัทประกัน xx นั้นมีข้อก�ำหนดว่า จังหวัดที่จัด
เป็นจังหวัดในกลุม่ เสีย่ ง ซึงรวมถึงจังหวัดระยอง ผูท้ ำ� ประกันจะต้องตรวจโรคส�ำคัญ (เช่น เอดส์) ก่อนการพิจารณาอนุมตั ิ
ทั้งนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องเปลี่ยนข้อมูลที่อยู่ใหม่ โดยระบุเป็นที่อยู่ในกรุงเทพฯ แทน ท�ำให้ข้าพเจ้าไม่ต้องไปตรวจเอดส์ ใน
กรณีนี้ข้าพเจ้าถือว่าบริษัทประกันดังกล่าวเลือกปฏิบัติต่อข้าพเจ้า รวมถึงบุคคลอื่น ๆ ที่ทางบริษัทประกันระบุว่าอาศัย
อยู่ในจังหวัดกลุ่มเสี่ยง โดยไม่ได้ค�ำนึงถึง life style ของแต่บุคคล แต่เหมารวมว่าทุกคนที่อยู่ในบางพื้นที่ว่ามีโอกาสเป็น
เอดส์มากกว่าในบางพื้นที่”
• ผู้ให้ข้อมูลเห็นว่า การที่ลูกจ้างที่ไม่ใช้โปรแกรมประยุกต์ไลน์ (LINE Application) ในการสื่อสาร ไม่เข้ากลุ่ม
กับนายจ้าง ท�ำให้ถูกเลือกปฏิบัติในเรื่องความก้าวหน้า ได้รับการปฏิบัติอันเป็นที่พึงพอใจน้อยกว่าลูกจ้างอื่นที่เข้ากลุ่ม
• ผู้ให้ข้อมูลในการสนทนากลุ่มกล่าวว่า “องค์กรภาครัฐแห่งหนึ่ง ผู้บริหารจบการศึกษามาจากโรงเรียนมัธยม
แห่งหนึง่ ซึง่ ในการแต่งตัง้ ต�ำแหน่งบริหาร กรรมการชุดต่าง ๆ มักเกีย่ วข้องสัมพันธ์กบั ผูจ้ บการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม
แห่งนั้น เป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้จบจากโรงเรียนมัธยมอื่น ๆ ที่มีวิทยฐานะเช่นเดียวกัน”
• ผู้ให้ข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม กล่าวว่า “ชายและหญิงเท่าเทียมกัน ท�ำไมตามห้างยังต้องมีที่จอดรถส�ำหรับ
ผู้หญิง” ผู้ให้ข้อมูลอีกท่านหนึ่งเห็นแย้งว่า “เป็นการช่วยให้ผู้หญิงปลอดภัยเพราะอยู่ในที่ใกล้ ไม่ห่างไกลและมีพนักงาน
รักษาความปลอดภัยดูแลเป็นพิเศษ”
• ผู้ให้ข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม ให้ข้อมูลว่า “ร้านนวดบางแห่งไม่ให้บริการแก่คนไทย ให้บริการเฉพาะ
นักท่องเที่ยวจีน /เกาหลี เท่านั้น”
• ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่า “โปรโมชั่นสิทธิพิเศษของร้านอาหารที่ให้สิทธิเฉพาะผู้หญิงเป็นการเลือกปฏิบัติทางเพศ”
• ผู้ให้ข้อมูลแสดงความคิดเห็นว่า “การกระท�ำบางอย่างมีลักษณะเหมือนกันแต่มีกฎหมายลงโทษแตกต่างกัน
เช่น การหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยเนื้อหาเช่นเดียวกัน หากกระท�ำผ่านระบบคอมพิวเตอร์จะได้รับโทษหนักกว่าและยอม
ความไม่ได้”
• ผูใ้ ห้ขอ้ มูลกล่าวว่า “เจ้าหน้าทีส่ ำ� นักงานเขตบางแห่ง ไม่ถามผูม้ าขอท�ำบัตรประชาชน และไม่แจ้งสิทธิวา่ สามารถ
ระบุศาสนาหรือไม่กไ็ ด้ ท�ำให้ประชาชนไม่ทราบสิทธิของตน” ผูใ้ ห้ขอ้ มูลอีกคนหนึง่ กล่าวว่า “ประสงค์จะระบุศาสนา หรือ
ลัทธิบางอย่าง ลงไปบนบัตร ซึ่งไม่ใช่ศาสนากระแสหลัก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ระบุ”
• มัคคุเทศก์ชาวไทย ผู้ให้ข้อมูล เห็นว่าคนจีนมาแย่งงานและฝ่าฝืนกฎหมาย มีข้อค�ำถามถึงความชอบด้วย
กฎหมายในการที่มัคคุเทศก์สัญชาติจีนเหล่านั้นสามารถได้รับใบอนุญาตได้อย่างใด มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งของ
ไทยที่ออกประกาศนียบัตรให้คนต่างชาติเหล่านั้น (ผู้วิจัย: ส�ำหรับประเด็นเกี่ยวกับปัญหากฎหมายของมัคคุเทศก์
ดังกล่าวไม่อยู่ในขอบเขตของการวิจัยนี้ แต่ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ชี้ให้เห็นถึงทัศนคติและความรู้สึกที่ไม่พอใจต่อ
ชาวต่างชาติ กรณีนี้อาจน�ำไปสู่ปัญหาความเกลียดคนต่างชาติ (Xenophobia) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการสื่อสารแสดง
ความเกลียดชัง (Hate Speech) )
• ผู้ให้ข้อมูลตั้งค�ำถามว่า การที่องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนมีโครงการพัฒนาคุณธรรม โดยให้ปฏิบัติธรรมตาม
วัดของศาสนาพุทธ เป็นการเลือกปฏิบตั กิ บั บุคลากรทีน่ บั ถือศาสนาอืน่ หรือไม่มศี าสนาหรือไม่ นอกจากนี้ เหตุใดจึงเลือก
ไปที่วัดนั้น ไปวัดอื่นได้หรือไม่
79