กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
และต่อมา ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือขอยกเว้นหลักเกณฑ์ดังกล่าวในต�ำแหน่งสายงานแพทย์
และทันตแพทย์ โดยขอให้การก�ำหนดต�ำแหน่งสูงขึน้ ของทัง้ สองต�ำแหน่งนีเ้ ป็นระดับเชีย่ วชาญโดยไม่ตอ้ งน�ำต�ำแหน่ง
ว่างมายุบรวม ซึง่ ส�ำนักงาน ก.พ.อนุมตั ติ ามทีส่ ำ� นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขขอเฉพาะต�ำแหน่งสายงานแพทย์
ท�ำให้ต�ำแหน่งสายงานแพทย์ที่ไม่ต้องน�ำต�ำแหน่งว่างมายุบรวมนั้น เป็นกรณีที่ส�ำนักงาน ก.พ. ปฏิบัติต่อบุคลากร
ต�ำแหน่งสายงานอืน่ ทีท่ ำ� หน้าทีใ่ ห้บริการสาธารณสุขโดยไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะระหว่างบุคลากรทีม่ สี ถานะเป็น
แพทย์ กับบุคลากรที่มีสถานะอื่น คือ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ นักรังสีการแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักกายภาพบ�ำบัด นักกิจกรรมบ�ำบัด นักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย นักจิตวิทยา
นักจิตวิทยาคลินกิ และนักวิชาการสาธารณสุข ท�ำให้ผรู้ อ้ งกับพวกได้รบั ผลกระทบในเรือ่ งความก้าวหน้าในสายงาน
พยาบาล ทั้งที่เป็นบุคลากรต�ำแหน่งสายงานที่ท�ำหน้าที่ให้บริการสาธารณสุขเช่นเดียวกัน โดยที่สายงานพยาบาล
มิได้ประสงค์ที่จะต้องเป็นระดับเชี่ยวชาญทุกคนดังเช่นสายงานแพทย์ เพียงเพื่อให้พิจารณาปรับต�ำแหน่งหัวหน้า
พยาบาล (พยาบาลวิชาชีพ ๘ วช.) ในส่วนที่ยังมิได้ด�ำเนินการในเรื่องโรงพยาบาลชุมชนซึ่งมีเพียงโรงพยาบาลละ ๑
ต�ำแหน่ง ให้ครบถ้วนเท่านัน้ นอกจากนี้ การทีส่ ำ� นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มหี นังสือขอให้สว่ นราชการใน
สังกัดระงับการใช้ตำ� แหน่งว่าง เพือ่ น�ำต�ำแหน่งว่างดังกล่าวมาใช้บรรจุแต่งตัง้ นักเรียนทุนของรัฐบาลในสายงานแพทย์
และทันตแพทย์ เป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคลากรต�ำแหน่งสายงานอื่นที่ท�ำหน้าที่ให้บริการสาธารณสุข
๒
ค�ำร้องที่ ๔๘๗/๒๕๕๔: กรณีค�ำสาบานตนก่อนเบิกความในศาลของแต่ละศาสนามีความ
แตกต่างกัน
ผู้ร้องอ้างว่า การสาบานตนก่อนเบิกความตามข้อความในแบบพิมพ์ของศาล ซึ่งให้ผู้ร้องสาบานว่า “หาก
ข้าพเจ้า (พยาน) เอาความเท็จมากล่าวอ้างแม้แต่นอ้ ย ขอภยันตรายและความวิบตั ทิ งั้ ปวงจงเกิดแก่ขา้ พเจ้า (พยาน)
และครอบครัว (พยาน) โดยพลัน” เป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลในครอบครัว ขัดต่อบทบัญญัติมาตรา ๓๕ ของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
คณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านกฎหมายและการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม พิจารณาข้อ
เท็จจริงประกอบกับหลักกฎหมาย เช่น รัฐธรรมนูญ ประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความแพ่ง มาตรา ๑๑๒ วรรคหนึง่
และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๑ แล้วเห็นว่า จากบทบัญญัตกิ ฎหมายดังกล่าว ผูท้ จี่ ะให้การต่อศาลต้องกล่าว
ค�ำสาบานตนหรือค�ำปฏิญาณก่อนเบิกความ หากไม่ปฏิบัติตามต้องได้รับโทษตามที่ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติ
ไว้ ซึง่ ในการกล่าวค�ำสาบานหรือค�ำปฏิญาณจะเป็นไปตามลัทธิทางศาสนาหรือจารีตประเพณีทแี่ ต่ละคนนับถือ และ
เป็นเรื่องความน่าเชื่อถือของพยาน ซึ่งศาลได้ก�ำหนดรูปแบบตัวอย่างค�ำสาบานของแ���่ละศาสนาเพื่อความสะดวก
คณะอนุกรรมการฯ มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในภาพรวมต่อส�ำนักงานศาลยุติธรรม ส�ำนักงานศาลปกครอง และ
กรมพระธรรมนูญ เพื่อพิจารณาถึงรูปแบบและแนวทางการปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดความเป็น
ระบบในทุกชั้นศาลและเพื่อความเป็นสากล โดยควรที่จะเป็นการเฉพาะตัวของบุคคลที่กล่าวค�ำสาบาน ซึ่งไม่ควรมี
การอ้างถึงครอบครัวในทุกศาสนา เพือ่ ให้สอดคล้องกับมาตรา ๓๐ และ ๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีมติเห็นด้วยกับความเห็นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ของคณะอนุกรรมการฯ (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๖๔๗/๒๕๕๕)
39