กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
(๑) กรณีที่อาจคาบเกี่ยวระหว่างการเลือกปฏิบัติกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือสิทธิในความเป็นอยู่
ส่วนตัว เช่น กรณีการน�ำร่างของผู้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์มาจัดแสดง การค้นตัวบุคคลโดยภาคเอกชนในธุรกิจหรือการ
จ้างแรงงาน
(๒) กรณีที่อาจคาบเกี่ยวระหว่างการเลือกปฏิบัติกับการละเมิดเสรีภาพในทางศาสนา กรณีปัญหา
ลักษณะนี้ มีตัวอย่างเช่น ระเบียบในสถานที่ท�ำงานหรือสถานศึกษาเกี่ยวกับการแต่งกายตามศาสนา
(๓) กรณีทอี่ าจคาบเกีย่ วระหว่างการเลือกปฏิบตั แิ ละการละเมิดสิทธิเสรีภาพทางการศึกษา เช่น การปฏิบตั ิ
ต่อนักเรียน นักศึกษา ที่แตกต่างกัน โดยบางกรณีก็ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน
เช่น กรณีเหตุแห่งการพักการเรียนเกี่ยวข้องกับ “พฤติกรรม” แต่กระทบสิทธิด้านการศึกษาของนักเรียน
(๔) กรณีที่อาจคาบเกี่ยวระหว่างการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม
เช่น ผู้ร้องอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการด�ำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการปฏิบัติที่พิพาทดังกล่าวจะไม่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการ
ห้ามเลือกปฏิบัติ แต่ก็ยังสามารถอยู่ในขอบเขตอ�ำนาจการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้
เพราะอาจเป็นการกระทบ “สิทธิมนุษยชน” ในแง่อื่น “ที่ได้รับการรับรองหรือคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม”2 เช่น
การปฏิบัติท่ีแตกต่างกันอันกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกทางศาสนา การปฏิบัติที่กระทบต่อศักดิ์ศรีของมนุษย์
สิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เสรีภาพในการสื่อสาร เป็นต้น
กรณีที่สาม “การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ในบริบทของกฎหมายปกครอง
ผลการวิจัยจากการวิเคราะห์ค�ำพิพากษาศาลปกครองชี้ให้เห็นว่า การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ในบริบท
ของคดีปกครอง (มาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒) นั้น มี
ขอบเขตและลักษณะที่แตกต่างจาก “การเลือกปฏิบัติ” ในบริบทของกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวคือ “การเลือก
ปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ตามกฎหมายปกครองนั้น เป็นการพิจารณา “การปฏิบัติที่แตกต่างกัน” ในกรอบของการตรวจ
สอบการใช้อ�ำนาจรัฐโดยมิชอบ และมักมีข้อเท็จจริงที่สัมพันธ์กับ “การใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครองโดยมิชอบ” จึงอาจ
ครอบคลุมถึงการปฏิบัติแตกต่างกันโดยไม่เป็นธรรม การใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการ
เลือกปฏิบัติ เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา ฯลฯ ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน หรืออาจเรียกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติใน
ความหมายที่กว้างกว่ากฎหมายสิทธิมนุษยชน ซึ่งอยู่บนพื้นฐานแนวคิดและหลักการของกฎหมายปกครองอันควรมี
การศึกษาและพิจารณาแยกอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) ในบริบทของกฎหมายสิทธิ
มนุษยชน
จากผลการวิจัยดังกล่าว ท�ำให้สามารถจ�ำแนกความแตกต่างของ “การเลือกปฏิบัติ” ในบริบทต่าง ๆ และ
สามารถจ�ำแนกว่ากรณีใดอยูใ่ นขอบเขตกฎหมายสิทธิมนุษยชน ซึง่ จะน�ำไปสูก่ ารศึกษาต่อไปของการวิจยั นีว้ า่ การเลือก
ปฏิบัติในขอบเขตกฎหมายสิทธิมนุษยชนนั้นกฎหมายปัจจุบันครอบคลุมถึงหรือไม่ เพียงใด
2
From “Private Discrimination: A Prioritarian, Desert-Accommodating Account”, by Kasper LippertRasmussen (2006), San Diego Law Review, 43, p. 817–856
11