ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กล่าวโดยสรุป ปฏิญญาริโอยังไม่ได้มีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมไว้โดยตรง และยังไม่มีการ
กล่าวถึงสิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในฐานะเป็นสิทธิมนุษยชน แต่จะเป็นการตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อม
และมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ในยุคปัจจุบันหรือชนรุ่นหลัง ตลอดจนตระหนักถึงบทบาทของชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น
ซึ่งมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมด้วย นอกจากนี้ ปฏิญญาริโอยังได้มีการกล่าวถึงสิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
เชิงกระบวนการไว้อย่างชัดแจ้ง อันเป็นสิทธิที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนไปสู่สิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเชิงเนื้อหาต่อไป
๒.๑.๓ บทบาทของตราสาร Soft Law ด้านสิ่งแวดล้อม ต่อพัฒนาการทางแนวคิดในการคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชนทีเ่ กีย่ วกับสิง่ แวดล้อม
ภายหลังสงครามโลกครัง้ ทีส่ องได้ยตุ ลิ ง ประเทศทัง้ หลายต่างได้รบั ผลกระทบจากสงครามและเริม่ ตระหนัก
ถึงความส�ำคัญของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน น�ำมาสู่การรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หรือ Universal
Declaration of Human Rights (UDHR) ในปี ค.ศ. ๑๙๔๘
ในยุคนัน้ เป้าหมายหลักของการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนคือมนุษย์ ประเด็นการคุม้ ครองสิง่ แวดล้อมยังไม่ถกู
กล่าวถึงในบริบทของการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด จนกระทัง่ เมือ่ มีการจัดท�ำปฏิญญาสตอกโฮล์มในปี ค.ศ. ๑๙๗๒
การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจึงเริ่มปรากฏอย่างเด่นชัดในตราสาร Soft Law23 ระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ถึงแม้สถานะของ ตราสาร Soft Law จะไม่มีผลผูกพันรัฐใด แต่ปฏิญญาสตอกโฮล์มและปฏิญญาริโอ
ก็มีบทบาทส�ำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับระหว่างประเทศ
และระดับภูมิภาค โดยสามารถจ�ำแนกบทบาทดังกล่าวได้ ๓ ประการ ได้แก่ บทบาทต่อพัฒนาการด้านสิทธิเชิงเนื้อหา
บทบาทต่อพัฒนาการด้านสิทธิเชิงกระบวนการ และบทบาทต่อพัฒนาการด้านบทบาทและสิทธิของชนพืน้ เมือง (Indigenous
Peoples)
๒.๑.๓.๑ บทบาทของตราสาร Soft Law ระหว่างประเทศต่อพัฒนาการด้านสิทธิเชิงเนื้อหา
ปฏิญญาสตอกโฮล์มเป็นตราสารระหว่างประเทศที่รับรองถึงความส�ำคัญของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อ
การด�ำรงชีวิตของมนุษย์ไว้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ถึงแม้ถ้อยค�ำตามที่ปรากฏใน Principle 1 ยังไม่ได้ก้าวไปถึง
ขั้นรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมไว้เป็นการเฉพาะ24 แต่ปฏิญญาสตอกโฮล์มระบุชัดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและ
มนุษย์ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นเงื่อนไขที่จ�ำเป็นในการที่มนุษย์จะสามารถด�ำรงชีวิตได้25 การตระหนักถึงความส�ำคัญ
ของคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีต่อชีวิตมนุษย์เช่นนี้เป็นการเชื่อมโยงการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเข้ากับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
โดยเฉพาะสิทธิในการมีชีวิต (Right to Life) และสิทธิในสุขภาพ (Right to Health)
ทัง้ นี้ การตระหนักถึงความเชือ่ มโยงดังกล่าวมิได้จำ� กัดแต่เพียงในมุมมองของกฎหมายสิง่ แวดล้อม
เท่านั้น ภายหลังการประกาศปฏิญญาสตอกโฮล์มในปี ค.ศ. ๑๙๗๒ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
23
From “The Right to a Healthy Iife or the Right to Die Polluted?: The Emergence of a Human Right to a
Healthy Environment Under International Law”, by Sumudu Atapattu (2002) Tul. Envtl. L.J., 16, 65, pp 67-68
24
หัวข้อ ๒.๑.๒.๑ ปฏิญญาสตอกโฮล์ม
25
From “The Right to a Healthy Iife or the Right to Die Polluted?: The Emergence of a Human Right to a
Healthy Environment Under International Law”, by Sumudu Atapattu (2002) Tul. Envtl. L.J., 16, 65, pp 74.
50