ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม
เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ตามหลักเกณฑ์ของส�ำนักกฎหมายธรรมชาติ อย่างไรก็ดี ตราสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ
เช่น ปฏิญญากรุงเวียนนา ๑๙๙๓ ก็ยังคงไม่น�ำลักษณะความเป็นสากลของสิทธิมนุษยชนออกไปจากตราสาร ยิ่งไปกว่านั้น
ตามปฏิญญานี้ยังอธิบายว่า แม้ดินแดนใดจะมีความแตกต่างด้านวัฒนธรรมหรือสังคม ก็ยังคงต้องยอมรับความเป็นสากล
(Universal) ของสิทธิมนุษยชนอยู่ดี
๒.๒) สิทธิมนุษยชนทุกสิทธินั้นไม่สามารถแบ่งแยกได้ (Indivisible)
ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพลเมืองหรือสิทธิทางการเมือง เช่น สิทธิในการด�ำรงชีวิต ความ
เท่าเทียมกันตามกฎหมายและเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม เช่น สิทธิในการท�ำงาน
สิทธิที่จะได้รับสวัสดิการสังคม และสิทธิทางการศึกษา หรือสิทธิของส่วนรวม สิทธิในการพัฒนา และสิทธิในการก�ำหนด
เจตจ�ำนงด้วยตนเอง สิทธิเหล่านี้ไม่สามารถแบ่งแยกได้ เนื่องจากมีความส�ำคัญเท่าเทียมกัน ทั้งจะจัดล�ำดับความส�ำคัญก็
มิได้ การปฏิเสธว่าสิทธิมนุษยชนใดส�ำคัญเหนือกว่าสิทธิมนุษยชนใดก็จะกระทบกับสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ไปด้วย เช่น การที่
บุคคลไม่ได้รับการศึกษาก็จะส่งผลให้สิทธิในการท�ำงาน สิทธิในทางเศรษฐกิจ และสิทธิอื่น ๆ ต้องถูกกระทบไปด้วย เป็นต้น
การจะเจาะจงว่าคุ้มครองสิทธิหนึ่ง อีกสิทธิหนึ่งจะไม่คุ้มครองก็ท�ำไม่ได้
๒.๓) สิทธิมนุษยชนมีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน (Interdependent and
Interrelated)
สิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะเป็นสิทธิใด เช่น สิทธิในชีวิต สิทธิทางเศรษฐกิจ สิทธิทางสังคม
สิทธิทางวัฒนธรรม สิทธิในการรวมกลุม่ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สิทธิเหล่านีจ้ ะต้องมีความเชือ่ มโยงและสัมพันธ์กนั
พึ่งพาอาศัยกัน พัฒนาและส่งเสริมกัน หากสิทธิใดถูกลิดรอนก็จะกระทบกับสิทธิอื่น ๆ ด้วยอีกเช่นกัน หากบุคคลใดถูก
กระทบสิทธิในสุขภาพในขณะเดียวกันก็อาจถูกกระทบสิทธิในชีวิตไปด้วย
๓) วิวัฒนาการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในช่วงเวลาต่างๆ
ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วว่าสิทธิมนุษยชนมีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน ในทางวิชาการจึงมี
ผู้แบ่งแยกสิทธิมนุษยชนออกเป็นช่วงระยะเวลาต่าง ๆ ๓ ช่วงเวลา13 เพื่อให้สามารถท�ำความเข้าใจกับวิวัฒนาการของ
สิทธิมนุษยชนในแง่ของเชิงทฤษฎี หรือเพื่อกล่าวถึงกลุ่มของวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่วิธีการแบ่งแยกเช่นนี้ยังมีผู้ไม่
เห็นด้วยอีกหลายกลุ่ม14 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพิจารณาว่า สิทธิมนุษยชนมีความ���ป็นสากล ไม่อาจแบ่งแยกได้ และมี
ความสัมพันธ์กนั ยิง่ ท�ำให้ไม่อาจแบ่งยุคหรือช่วงเวลาของสิทธิมนุษยชนได้เลยเพราะสิทธิมนุษยชนย่อมมีมาแต่ตน้ เป็นสิทธิ
ที่มาแต่ก�ำเนิดของมนุษย์ การน�ำไปใช้อ้างอิงจะกระท�ำได้เพียงในวงจ�ำกัด อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดความเข้าใจในแง่ของ
วิวัฒนาการอาจน�ำมาเป็นตัวอย่างในการกล่าวอ้างสิทธิมนุษยชน ๓ ช่วงระยะเวลาได้ ดังนี้
13
From A Thirty-Year Struggle: the sustained efforts to give force of law to the Universal Declaration of Human
Right , Karel Vasak 1977 Paris: United Nations Educational, Scientific, and Cultural Organization.
14
From “Re-thinking-Third Generation Human rights” by Bulent Algan (2004) Ankara Law Review, Vol.1 No. 1,
pp 121-155. Retrieved from http://dergiler.ankara.edu.tr/dergiler/64/1536/16863.pdf.
39