XII รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี 2.1.3 สาเหตุของการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี จากผลการศึกษาที่ผานมาพบวา สาเหตุหลักของการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของ ผูติดเชื้อมีดังนี้ การขาดความรูที่ถูกตองของคนในสังคมเรื่องการติดเชื้อเอชไอวี ทําใหนายจางในกิจการ ประเภทที่เกี่ยวของกับอาหารและการบริการ หวาดกลัว และตั้งขอรังเกียจ  การขาดความรู  ใ นเรื่ อ งกฎหมายเกี่ ย วกั บ สิ ท ธิ แ ละการเลื อ กปฏิ บั ติ ต ามกฎหมายไทย ทั้งในสวนของนายจางและตัวผูติดเชื้อเอง สาเหตุนี้ทําใหนายจางจํานวนมากยังคงมีนโยบายเลือกปฏิบัติ ในขณะที่ ตัวผูติดเชื้อจํานวนมากก็ไมรูสิทธิของตนเองและยอมรับการถูกละเมิดสิทธิ  การขาดความรูความเขาใจในเรื่องความกาวหนาของเทคโนโลยีการดูแลรักษาที่สามารถ ทําใหผูติดเชื้อเอชไอวีสามารถดํารงชีวิตไดตามปกติ ทําใหผูคนจํานวนมากยังเขาใจวาผูติดเชื้อเอชไอวีจะมีสุขภาพ ไมแข็งแรง นายจางจํานวนหนึ่งจึงไมยอมจางผูติดเชื้อเขาทํางาน เพราะเกรงวาจะไมคุมและตองมีรายจายเพิ่ม  อคติของคนในสังคมที่ยังคงมองวา ผูติดเชื้อเอชไอวีเปนผูที่มีพฤติกรรมไมพึงประสงค จึงไมควรจะไปเกี่ยวของกับผูติดเชื้อ การขาดความรู ความเขาใจและอคติเหลานี้ เปนผลมาจากการรณรงคปองกันการระบาด ของโรคเอดสตั้งแตทศวรรษแรก ๆ ที่มีลักษณะขูใหคนกลัว ซึ่งการปลูกฝงมายาคติทําใหเอดสและเชื้อเอชไอวี เปนเรื่องนากลัวโดยนโยบายการบริหารจัดการเอดสของภาครัฐเชนนี้เคยถูกวิจารณวา นโยบายของรัฐในการ จัดการปญหาโรคเอดสคือการลดพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อปองกันการแพรระบาดของเชื้อเอชไอวีไปยังผูอื่นตกอยูภายใต แนวคิดระบาดวิทยานั้นเปนการจํากัดมุมมองไมใหเห็นเอดสในมิติอื่นๆ และยิ่งเปนการซํ้าเติมการตีตราและการ เลือกปฏิบัติอยูตอไป จากการศึกษาสถานการณและปญหาการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพตอผูอยูรวมกับ เชื้อเอชไอวีของไทย พบวา ภายใตกรอบกฎหมายปจจุบัน แมประเทศไทยยังไมมีกฎหมายเฉพาะเพื่อขจัดการเลือก ปฏิบัติตอกลุมผูอยูรวมกับเชื้อเอชไอวีแตรัฐธรรมนูญของประเทศไทยไดมีบทบัญญัติในหลักความเสมอภาค และการไมเลือกปฏิบัติ อีกทั้งยังมีบทบัญญัติวาดวยการเลือกปฎิบัติที่เปนธรรมเพื่อใชเปนมาตรการคุมครองกลุม ที่มีความแตกตางในสถานการณที่แตกตาง ซึ่งกรณีของกลุมผูอยูรวมกับเชื้อเอชไอวีก็จะไดรับประโยชนจาก บทบัญญัตดิ งั กลาวเชนกัน เมือ่ พิจารณาบทบัญญัตแิ หงรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 30 วรรคสาม จะพบวาการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพ อาทิ การบังคับใหมีการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีของ ผูสมัครงานหรือพนักงาน ไมวาระหวางการจัดหางาน การสมัครงาน หรือการจางงาน รวมตลอดถึงการเลิกจาง พนักงา���ดวยเหตุที่เปนผูอยูรวมกับเชื้อเอชไอวีถือวาเปนการกระทําที่ขัดตอรัฐธรรมนูญ นอกจากการกระทํา ที่ขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญแลว พบวา การกระทําของนายจางบางประการ อาทิ การเขาถึงขอมูลดาน สุขภาพของลูกจางโดยไมไดรับความยินยอม หรือการขอใหโรงพยาบาลแจงผลการตรวจสุขภาพและการตรวจเลือด ถือเปนการละเมิดสิทธิสวนบุคคล และเปนทั้งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพงและ พาณิชย แมรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยไดรับรองและคุมครองบุคคลจากการเลือกปฏิบัติ แตจากการศึกษาพบวา ปญหาเชิงโครงสรางของระบบกลไกการรองทุกขภายใตรัฐธรรมนูญซึ่งมีกระบวนการและ ขั้นตอนที่ซับซอนและอาจตองใชเวลานานเกินความจําเปน เนื่องจากมีความทับซอนในเขตอํานาจขององคกร 

اختر الفقرة المستهدفة3