20 รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี เพื่อประโยชนในการศึกษาเปรียบเทียบ การศึกษาครั้งนี้มีเกณฑในการคัดเลือกกรณีศึกษาดังตอไปนี้ 1. ประเทศที่ไดรับการยอมรับจากประชาคมโลกวามีความกาวหนาในการพัฒนากฎหมายและนโยบาย เกี่ยวกับดานเอดสในลําดับตน ๆ และดวยผลของการมีกฎหมายและนโยบายฯ รวมถึงการบังคับใชกฎหมายอยางมี ประสิทธิภาพ ทําใหกลุมผูติดเชื้อเอชไอวีไดรับการคุมครองดานสิทธิและไดรับการเยียวยาในกรณีที่สิทธิถูกละเมิด ไดแก เครือรัฐออสเตรเลีย 2. ประเทศที่มีการบัญญัติกฎหมายวาดวยการขจัดการเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อเอชไอวีเปนการเฉพาะ ไดแก สาธารณรัฐฟลิปปนส 3. ประเทศที่มีการบัญญัติกฎหมายวาดวยการขจัดการเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อเอชไอวี ในมุมมองของ กฎหมายวาดวยความเสมอภาค ไดแก สหราชอาณาจักร 2.2.1 เครือรัฐออสเตรเลีย เครือรัฐออสเตรเลียไดรับการยอมรับจากนานาประเทศในฐานะประเทศที่มีกฎหมายและนโยบาย ในการแกไขปญหาเกี่ยวกับโรคเอดสที่กาวหนามากที่สุดอีกแหงหนึ่ง และเปนประเทศตนแบบที่สําคัญในการพัฒนา กฎหมายเกี่ยวกับการขจัดการเลือกปฏิบัติใหกับประเทศตาง ๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฮองกง และ นิวซีแลนด34 จากการศึกษาทบทวนกรอบกฎหมายของเครือรัฐออสเตรเลีย พบวา การเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อเอชไอวีถือเปน การละเมิดกฎหมายทัง้ ในระดับประเทศและระดับมลรัฐ สําหรับกรอบกฎหมายระดับประเทศของเครือรัฐออสเตรเลีย ที่เกี่ยวของกับการขจัดการเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อเอชไอวี มีดังตอไปนี้ - Commonwealth of Australia Constitution Act of 9 July 1900 - Human Rights and Equal Opportunity Commission Act 1986 - Privacy Act 1988 - Disability Discrimination Act 1992 (amendment up to Act. No. 169 of 2012)35 - Fair Work Act 2009 พระราชบัญญัติ Disability Discrimination Act 1992 (DDA) ถือเปนกฎหมายหลักที่สําคัญที่ให ความคุมครองผูติดเชื้อเอชไอวีจากการถูกเลือกปฏิบัติสําหรับขอบเขตการบังคับใชกฎหมาย แมวากฎหมายฉบับนี้ ไมไดกลาวถึงการเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อเอชไอวีโดยเฉพาะ แตเมื่อพิจารณาจากคําจํากัดความของความพิการและ เจตนารมณของกฎหมายจะเห็นไดวาความพิการใหตีความครอบคลุมถึงสภาวะสุขภาพอีกทั้งยังไมไดกําหนด เงื่อนเวลาของความพิการหรือสภาวะสุขภาพ กลาวคือ กฎหมายจะใหความคุมครองครอบคลุมไปถึงสภาวะ สุขภาพ ทั้งในอดีต ปจจุบัน และอนาคต นอกจากนี้ กฎหมายฉบับนี้ยังขยายความคุมครองผูที่เกี่ยวของกับ ผูติดเชื้���เอชไอวี อาทิ สมาชิกในครอบครัวของผูติดเชื้อเอชไอวี หรือผูที่นาจะหรือเชื่อวาเปนผูอาศัยอยูรวมกับ เชื้อเอชไอวี เปนตน36 กฎหมายไดกําหนดขอบเขตการหามมิใหมีการเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อเอชไอวี ในกรณีการ จางงาน การศึกษา การเขาไปยังสถานที่ตาง ๆ การจัดใหบริการและเครื่องอํานวยความสะดวก การจัดที่พักอาศัย และอื่น ๆ37 34 35 36 37 DC Jayasuriya, HIV Law, Ethics and Human Rights – Text and Materials, (New Delhi: UNDP),1995 p.103 http://www.comlaw.gov.au/Details/C2013C00022 , visited 12 พ.ย. 2556 Sect.4 (c),(d), 7 และ 8 Part II Divsion I and II

اختر الفقرة المستهدفة3