แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i 3) ระบบกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายทําใหเกิดความขัดแยงในการอางสิทธิเหนือที่ดินระหวาง ฝายที่อาง กรรมสิทธิต์ ามกฎหมายกับฝายทีอ่ า งสิทธิตามจารีตประเพณี หรือสิทธิทอี่ งิ อยูก บั หลักการความชอบธรรมแบบอืน่ ๆ ตัวอยางเชน ชาวบานในภาคเหนือ “ปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน” ในที่ดินที่เอกชนถือกรรมสิทธิ์ชาวบานอางวา ผูถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเหลานั้นไมมีความชอบธรรมที่จะครอบครองที่ดิน เพราะพวกเขาไมทําประโยชนในที่ดิน แตกลับปลอยใหที่ดินรกรางวางเปลา นอกจากนั้น บางคนยังไดกรรมสิทธิ์มาโดยมิชอบดวยกฎหมาย แตสําหรับ ชาวไรชาวนาถึงแมวาจะไมมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแตก็มีความชอบธรรมที่จะเขาครอบครองที่ดิน เพราะพวกเขา ใช ป ระโยชน ที่ ดิ น ผื น นั้ น มาตั้ ง แต อ ดี ต และพวกเขายั ง ทํ า การเพาะปลู ก สร า งมู ล ค า ทางเศรษฐกิ จ เหนื อ ที่ ดิ น นอกจากนี้ มีกรณีความขัดแยงอีกมากมายทั่วประเทศที่ชาวบานอางสิทธิตามจารีตประเพณีในทํานองเดียวกัน เหนือที่ดินที่เปนกรรมสิทธิ์ของรัฐหรือเอกชน เชน ที่ดินในเขตปาของรัฐ ที่ราชพัสดุ ที่ดินเอกชน 4) มีกรณีความขัดแยงในทองถิ่นมากมายที่เกิดจากการอางสิทธิเหนือที่ดินผืนเดียวกัน แตอิงอยูกับ หลักการที่ขัดแยงกัน เชน ความขัดแยงระหวางชาวบานดวยกันเองหรือระหวางชาวบานกับองคกรปกครอง สวนทองถิ่น เปนตน ปญหาเหลานี้สะทอนวาระบบกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายไมไดถูกยอมรับอยางสมบูรณ และไมไดเปน ระบบเดียวที่ประชาชนยึดถือปฏิบัติกันอยู ชาวบานในทองถิ่นพยายามทาทายระบบกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย มาโดยตลอดด ว ยการอ า งสิ ท ธิ ที่ อิ ง อยู  กั บ หลั ก การอื่ น ๆ ที่ ช าวบ า นเห็ น ว า มี “ความชอบธรรม” มากกว า ระบบกรรมสิทธิ์ของรัฐ ขณะเดียวกันก็มีปญหาการเลือกปฏิบัติในการบังคับใชกฎหมาย มีกฎหมายหลายฉบับที่บัญญัติไว เพื่อใหมีการกระจายการถือครองที่ดิน เชน พ.ร.บ. ปฏิรูปที่ดิน และบางมาตราในประมวลกฎหมายที่ดิน แตเจาหนารัฐกลับเลือกปฏิบัติโดยการไมบังคับใชกฎหมายเหลานั้นหรือใชกฎหมายโดยไมถูกตองตามเจตนารมณ ตัวอยางเชน การปฏิรูปที่ดินที่ผานมาเปนการเอาที่ดินในเขตปามาปฏิรูปใหเอกชนแทนที่จะเอาที่ดินเอกชน มาปฏิรูปใหแกเกษตรกรซึ่งในที่สุดที่ดินเหลานั้นก็มักจะหลุดมือไปสูนายทุน จึงกลาวไดวา การปฏิรูปที่ดิน กลายเปนการเอาที่ดินในเขตปามาใหแกนายทุน ในมาตรา 6 ของประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติใหมีการเวนคืนที่ดินเอกชนที่ถูกปลอยใหรกรางวางเปลา ��านเกิน 10 ป แตเจาหนาที่รัฐไมเคยบังคับใชกฎหมายนั้นเลย ขณะที่มีเกษตรกรจํานวนมากที่อยูในเขตปา มานานแลว รัฐกลับไมรับรองสิทธิเหนือที่ดินใหแกพวกเขา ปญหาการเลือกปฏิบัติในการบังคับใชกฎหมายยังรวมไปถึงการที่เจาหนาที่รัฐอาศัยอํานาจหนาที่ เปดชองหรือรวมมือกับนายทุนใหมีการออกเอกสารสิทธิในที่ดินโดยมิชอบ ซึ่งปรากฏเปนกรณีความขัดแยงเกิดขึ้น มากมายทามกลางสถานการณปญหาการจัดการที่ดินที่ยืดเยื้อยาวนาน มีประชาชนตกเปนจําเลยและผูตองหา เปนจํานวนมาก ขณะเดียวกัน ขบวนการชาวบานกลุมตาง ๆ ก็เกิดขึ้นเพื่อเรียกรองใหรัฐแกไข ยกเลิก หรือระงับ การออกกฎหมาย นโยบาย และมติคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเรียกรองใหรัฐบังคับใชกฎหมาย และออกกฎหมาย และการใชมาตรการอื่น ๆ นอกจากกฎหมาย 32 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

اختر الفقرة المستهدفة3