แหง
a i l aชาติ
N
nd
งา
สํานaักtio nal
Th
นค
ณ
ยชน
m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of
n
ssi
Hu
Rights C om m i
ใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน 2497 ในสวนที่เกี่ยวกับการจํากัดการถือครองที่ดิน (มาตรา 34 ถึงมาตรา 49
และมาตรา 94 อนุมาตรา 5 ของประมวลกฎหมายที่ดิน 2497) ไดถูกยกเลิกโดยประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 49
ลงวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2502 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต เพราะการจํากัดการถือครองที่ดินซึ่งเปนปจจัย
การผลิตที่สําคัญในระบบทุนนิยมขัดแยงกับหลักการเศรษฐกิจเสรีตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของธนาคารโลก
เพือ่ พัฒนาประเทศไทยในชวงเวลานัน้ ซึง่ ทําใหประเทศสหรัฐอเมริกาไดเขามามีบทบาทอยางสูงโดยการอยูเ บือ้ งหลัง
ในการผลักดันนโยบายสําคัญ ๆ ของรัฐบาลประเทศไทยตั้งแตนั้นเปนตนมา
สวน พ.ร.บ. ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 เปนผลของการปฏิรูปที่ดินซึ่งเกิดขึ้นจากการ
เรียกรองของสหพันธชาวนาชาวไรที่มาชุมนุมเรียกรองที่ดินทํากินตอรัฐบาลเฉพาะกาลของนายสัญญา ธรรมศักดิ์
ในชวงสถานการณทางการเมืองที่เอื้ออํานวยตอการเคลื่อนไหวของพลังภาคประชาชนในยุคที่ประชาธิปไตย
กําลังเบงบานในป พ.ศ. 2517 จนสามารถประกาศใชเปนกฎหมายไดอยางเปนทางการในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์
ปราโมช และได ใช ม าจนถึ ง ทุ ก วั น นี้ กฎหมายฉบั บ นี้ ไ ม ถู ก ต อ ต า นหรื อ ยกเลิ ก เหมื อ นกฎหมายปฏิ รู ป ที่ ดิ น
ฉบับกอนหนานี้ เพราะเนื้อหาสาระเปนการจัดสรรที่ดินรกรางวางเปลาหรือที่ดินของรัฐ (มาตรา 26 อนุ 3)
เพื่ อ ให เ กษตรกรทํ า กิ น ในจํ า นวนเนื้ อ ที่ ดิ น ที่ ไ ม ส ง ผลกระทบกระเทื อ นต อ การถื อ ครองที่ ดิ น ของกลุ ม ทุ น
แตเปนเพียงการผอนคลายความตึงเครียดจากการถูกกดขี่ขูดรีดของระบบทุนนิยมซึ่งเทากับเปนการปรับตัว
ของระบบทุ น นิ ย มเพื่ อ ให ส ามารถขู ด รี ด ต อ เนื่ อ งต อ ไปได เ ท า นั้ น นอกจากนั้ น ที่ ดิ น ส.ป.ก. ส ว นใหญ
ยังถูกผูมีอิทธิพลทองถิ่นนักการเมืองรวมทั้งนายทุนสวมสิทธิในการเปนเกษตรกรเปนจํานวนมากอีกดวย
เชนเดียวกับงานวิจัยเรื่องกระบวนการกําหนดนโยบายที่ดินในประเทศไทยระหวาง พ.ศ. 2475 - 2500
โดย ศรัญู เทพสงเคราะห ที่ชี้ใหเห็นถึงปญหาความขัดแยงระหวางเอกชนกับประชาชนในการถือครองกรรมสิทธิ์
ที่ดินที่สะทอนถึงความไมเปนธรรมจากกฎหมายที่เกี่ยวของกับการถือครองที่ดิน จนทําใหเกิดมีการแตงตั้ง
คณะกรรมการและออกกฎหมายอีกหลายฉบับขึ้นมาเพื่อแกไขปญหาดังกลาว
กรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินในทองที่อําเภอบางบอและบางพลีจังหวัดสมุทรปราการถือเปนกรณีพิพาท
เกี่ยวกับที่ดินที่สําคัญที่สุดในชวงทศวรรษ 2490 ซึ่งรัฐบาลใหความสนใจเปนอยางยิ่งและมีผลตอการกําหนด
นโยบายจัดสรรทีด่ นิ ของรัฐบาลในชวงครึง่ หลังทศวรรษ 2490 โดยกรณีพพิ าทนีเ้ ปนเรือ่ งสืบเนือ่ งมาจากกรณีพพิ าท
ระหวางหางหุนสวนสยามกสิกรของนายมังกร สามเสน กับราษฎรในชวงกอนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ถึงแมรัฐจะพยายามแกปญหาดังกลาวดวยการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดการแบงที่ดินในอําเภอบางบอ บางพลี
จังหวัดสมุทรปราการและบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทราใหแกราษฎร พ.ศ. 2473 โดยตั้งขาหลวงพิเศษออกไป
จัดแบงที่ดินที่ดังกลาวใหแกราษฎรผูสามารถทําการเพาะปลูกไดเอง แตในระหวางที่ขาหลวงพิเศษจัดแบงที่ดิน
ดําเนินการในทองที่ที่กําหนดนั้น กรณีพิพาทที่ดินระหวางราษฎรกับหางหุนสวนสยามกสิกรก็ยังคงดําเนินอยู
โดยในป พ.ศ. 2480 นายมังกร สามเสน ผูจัดการหางหุนสวนสยามกสิกรไดยื่นคํารองขอรังวัดเพื่อรับโฉนดที่ดิน
การขอรังวัดครั้งนั้นมีราษฎรหลายรายคัดคานและเรื่องก็คางเรื่อยมา เพราะทั้งฝายผูขอและผูคัดคานไมเอาใจใส
ทอดทิ้งเรื่องไว และเมื่อพิจารณาการจัดแบงที่ดินของขาหลวงพิเศษในที่ดินดังกลาวกลับปรากฏวาขาหลวงพิเศษ
ยังไมมีการดํา���นินการจัดแบงที่ดิน จนกระทั่งมีการออกกฎหมายฉบับสุดทายที่ยกเลิกขาหลวงพิเศษจัดแบงที่ดิน
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
25