47
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
กสม. ได้มีข้อเสนอแนะในรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2561
ว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระท�ำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ....
ควรค�ำนึงถึงความสอดคล้องกับอนุสัญญา CAT ควรสร้างความเข้าใจต่อสังคมและหน่วยงานของรัฐถึงความส�ำคัญ
ของการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระท�ำให้บุคคลสูญหาย ควรมีมาตรการก�ำกับตรวจสอบให้
เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายปฏิบัติหน้าที่โดยค�ำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงมีการฝึกอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชน
แก่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวทุกระดับ
ในปี 2562 มีสถานการณ์ด้านการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย การด�ำเนินการของรัฐบาล
และหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ในการด�ำเนินการด้านกฎหมาย คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เห็นชอบร่าง
พระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานและการกระท�ำให้บคุ คลสูญหาย พ.ศ. .... เพือ่ ให้ประเทศไทยสามารถ
ปฏิบตั ติ ามอนุสญ
ั ญา CAT ได้อย่างมีประสิทธิผลยิง่ ขึน้ และเพือ่ รองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสญ
ั ญา CPED ทีป่ ระเทศไทย
ได้ลงนามไว้แล้ว และได้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา แต่การพิจารณาร่าง
พระราชบัญญัติฯ ได้หยุดลงเนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติหมดวาระ หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม
2562 รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ส่งร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทรมานฯ ไปยังสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
เมือ่ วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคม 2562 กรมคุม้ ครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุตธิ รรม
ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมวิพากษ์รา่ งพระราชบัญญัตดิ งั กล่าว เพือ่ รับฟังความเห็นอีกครัง้ ตามกระบวนการ
ในพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562
และมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
นอกจากการด�ำเนินการปรับปรุงกฎหมายข้างต้น รัฐบาลยังได้มีการด�ำเนินการแก้ไขปัญหาการทรมานและ
การบังคับบุคคลให้สญ
ู หายโดยได้แต่งตัง้ คณะกรรมการจัดการเรือ่ งราวร้องทุกข์กรณีถกู กระท�ำทรมานและถูกบังคับให้
หายสาบสูญที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานมาตั้งแต่ปี 2560 คณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่
43
จาก กสม. เสนอความเห็นถึงนายกรัฐมนตรี - ประธาน สนช. ต่อร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการ
ทรมานและการกระท�ำให้บุคคลสูญหาย แนะสร้างหลักประกันทางกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชนตามพันธกรณี
ระหว่างประเทศ, โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, 2562. สืบค้นจาก http://www.nhrc.or.th/NHRCTWork/
Statements-Press-Releases-Open-Letters/Press-Releases/กสม-เสนอความเห็นถึงนายกรัฐมนตรี--- ประธาน-สนชต่อรั..aspx
บทที่
๒
การประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 กสม. ได้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติเกี่ยวกับ
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ว่า ควรคงบทบัญญัติเรื่องการห้ามยกสถานการณ์ฉุกเฉิน
สงคราม ความไม่มั่นคงของรัฐ หรือสถานการณ์พิเศษใดเป็นข้ออ้างในการทรมานหรือกระท�ำให้บุคคลสูญหาย และ
การห้ามส่งตัวบุคคลออกนอกราชอาณาจักรหากมีเหตุควรเชือ่ ได้วา่ บุคคลนัน้ จะถูกทรมานหรือถูกกร��ท�ำให้สญ
ู หาย
หรือหลักการห้ามผลักดันกลับไปสู่อันตรายไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้ อันจะเป็นการสร้างหลักประกันทางกฎหมาย
ที่ชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนของ
ไทย และการก�ำหนดความรับผิดแก่ผู้บังคับบัญชาโดยตรงตามร่างพระราชบัญญัติฯ มาตรา 32 อาจไม่สอดคล้อง
กับความมุ่งหมายตามข้อ 6 ของอนุสัญญา CPED และเห็นควรตัดค�ำว่า “โดยตรง” เป็น “ผู้บังคับบัญชาผู้ใด
ทราบว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของตนจะกระท�ำหรือได้กระท�ำ...”43