รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗ ยั ง ขาดความรู้ ความเข้ า ใจเกี่ ย วกั บ วิ ถี ชี วิ ต ของกลุ่ ม ชาติ พั น ธุ์ โดยเฉพาะการพึ่ ง พิ ง ธรรมชาติ แ ละป่ า นโยบายของรัฐด้านการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมักจะดำ�เนินการ โดยไม่ คำ � นึ ง ถึ ง สิ ท ธิ ข องกลุ่ ม ชาติ พั น ธุ์ นอกจากนั้ น กลุ่ ม ชาติ พั น ธุ์ ยั ง มี ปั ญ หาเรื่ อ งการเข้ า ถึ ง สิ ท ธิ และสวัสดิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านสาธารณสุข และการศึกษา รัฐจึงควรจัดให้มีบริการขั้นพื้นฐาน ด้านสาธารณสุขและการศ���กษา เพื่อให้ครอบคลุมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องจากสถานการณ์การชุมนุมอย่างยาวนานที่สำ�คัญ ประการหนึ่ง คือ การปฏิรูป ประเทศ ซึ่ ง ที่ ผ่ า นมาได้ มี ค วามพยายามแก้ ไ ขปั ญ หาความเหลื่ อ มล้ำ � ที่ เ ป็ น สาเหตุ สำ � คั ญ ของ ความไม่ เ ท่ า เที ย มกั น มาตั้ ง แต่ ปี ๒๕๕๓ โดยรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย (ฉบั บ ชั่ ว คราว) พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๗ ได้ กำ � หนดให้ มี ส ภาปฏิ รู ป แห่ ง ชาติ เพื่ อ ทำ � หน้ า ที่ ศึ ก ษาและเสนอแนะให้ เ กิ ด การปฏิ รู ป ในด้ า นสำ � คั ญ ต่ า ง ๆ ๗ ซึ่ ง ล้ ว นเป็ น ปั ญ หาเชิ ง โครงสร้ า งที่ เชื่ อ มโยงกั น อย่ า งซั บ ซ้ อ น และมี ความสั ม พั น ธ์ กั บ สิ ท ธิ ขั้ น พื้ น ฐานของบุ ค คลและชุ ม ชน เช่ น สิ ท ธิ ใ นการดำ � รงชี พ ตามมาตรฐานขั้ น ต่ำ � ที่เหมาะสม สิทธิในสุขภาพ สิทธิในการศึกษา และสิทธิในการทำ�งาน เป็นต้น ที่ ผ่ า นมา รั ฐ ได้ มี น โยบายและมาตรการต่ า ง ๆ ที่ จ ะแก้ ไขปั ญ หาความเหลื่ อ มล้ำ�  โดยมี ก ารออก กฎหมายและมาตรการต่าง ๆ อาทิ การส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคทางเพศ การมีนโยบายหรือ มาตรการช่วยเหลือแก่คนพิการและผู้สูงอายุในลักษณะการสร้างการอยู่ร่วมกันภายในสังคม (Social Inclusion) และการจัดการศึกษา เพื่อการส่งเสริมพหุลักษณ์ทางสังคมและวัฒนธรรม เป็นต้น แต่ก็ยัง ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน อุ ป สรรคสำ � คั ญ ที่ พ บ ได้ แ ก่ การกระจุ ก ตั ว หรื อ รวมศู น ย์ อำ � นาจการตั ด สิ น ใจไว้ ที่ ห น่ ว ยราชการ ส่วนกลาง ประชาชนและชุมชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการกำ�หนดนโยบาย และตัดสินใจอย่างแท้จริง การดำ�เนินนโยบายที่รวมศูนย์อำ�นาจครอบคลุมในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านการจัดการ ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา ตลอดจนการเมืองการปกครอง โดยในปี ๒๕๕๗ มี���ัญหา ที่ รุ น แรงในด้ า นการจั ด การทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ ม ตลอดจนการพั ฒ นาอุ ต สาหกรรม และโครงการขนาดใหญ่ ซึ่ ง มั ก พบว่ า การดำ � เนิ น โครงการของทั้ ง รั ฐ และเอกชนมิ ไ ด้ เ คารพสิ ท ธิ ข อง ประชาชนและชุมชนที่ได้รับการประกันตามรัฐธรรมนูญ หลายโครงการมิได้มีการประเมินผลกระทบด้าน สุขภาพและสิ่งแวดล้อมตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ตลอดจนกระบวนการประเมิน ขาดความ เป็ น อิ ส ระ และไม่ ค รบถ้ ว นเพี ย งพอตามหลั ก วิ ช าการ นอกจากนี้ ยั ง พบว่ า มี ก ลุ่ ม บุ ค คลที่ ไ ม่ ส ามารถ เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสวัสดิการจากรัฐได้อย่างทั่วถึง และ/หรือมีคุณภาพที่เพียงพอ เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ ๗ มาตรา ๒๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กำ�หนดให้สภาปฏิรูปแห่งชาติดำ�เนินการ ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน สังคม และอื่น ๆ 31

اختر الفقرة المستهدفة3