รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มีบทบัญญัติด้านแรงงานอันเกี่ยวเนื่องกับการด�ำเนินธุรกิจปรากฏ ตามมาตรา ๓๐ และมาตรา ๔๒ ในปี ๒๕๖๐ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นและความก้าวหน้าในการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ที่เกิดจากการด�ำเนินการของภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับปรุงแก้ไขพระราชก�ำหนดการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ และพระราชก�ำหนดการบริหารจัดการการท�ำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ การแสดงเจตจ�ำนงทาง การเมืองของนายกรัฐมนตรีในการขับเคลื่อนหลักการ UNGPs รวมถึงการมีบัญชาให้คณะกรรมการนโยบายและก�ำกับ ดูแลรัฐวิสาหกิจขับเคลื่อนให้รัฐวิสากิจน�ำหลักการ UNGPs ไปปรับใช้ การพัฒนาแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจและ สิทธิมนุษยชน (NAP) เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามหลักการ UNGPs อย่างจริงจัง และการมีมติคณะรัฐมนตรี (วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙ และ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๐) ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอแนะของ กสม. จากการตรวจสอบการละเมิด สิทธิมนุษยชนจากการลงทุนหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาลหรือธุรกิจไทยในประเทศเมียนมาร์ และกัมพูชา ทั้งนี้ แม้ว่า รัฐบาลและธุรกิจโดยส่วนใหญ่จะตื่นตัวเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น แต่ยังพบว่า มีการปฏิบัติที่เป็น รูปธรรมไม่มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิง่ การน�ำกระบวนการสอบทานการกระท�ำทีอ่ าจจะส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่าง รอบด้าน (Human Rights Due Diligence : HRDD) ไปใช้ก�ำกับดูแลกิจกรรมต่าง ๆ ในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) และตามภาพรวมของการประกอบธุรกิจ ในขณะทีก่ ารเยียวยาโดยส่วนใหญ่ ยังเป็นผลมาจากการด�ำเนินการในกระบวนการ ทางศาล (judicial process) มากกว่ากระบวนการนอกศาล (non-judicial process) โดยมีลักษณะเป็นค่าชดเชย ค่าทดแทน หรือค่าเสียหายต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา และทรัพยากรต่าง ๆ ในการต่อสู้ ด�ำเนิน และบังคับคดี และยังมี ข้อกังวลเรื่องการดูแลผลกระทบต่าง ๆ ในระยะยาว ตลอดจนการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน กสม. เสนอว่า รัฐควรก�ำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันหรือแก้ไขผลกระทบต่าง ๆ จากการด�ำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสิทธิชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของสังคมโดยรวม พร้อมทั้งจัดท�ำมาตรการ ก�ำกับดูแลการลงทุนในต่างประเทศของผูล้ งทุนหรือโครงการพัฒนาสัญชาติไทยให้เคารพต่อหลักการพืน้ ฐานด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมกับก�ำหนดกลไกในการติดตามบังคับใช้ การก�ำหนดหรือสร้างแรงจูงใจให้หน่วยงานรัฐและเอกชนน�ำกระบวนการ HRDD ไปใช้ก�ำกับดูแลกิจกรรมต่าง ๆ ในภาพรวม และในห่วงโซ่อุปทาน โดยครอบคลุมถึงโครงการหรือการลงทุน ขนาดใหญ่ ข องรั ฐ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงโครงการของเอกชนไทยที่ ไ ด้ รั บการสนั บสนุ นจากรั ฐ บาลไทย ทั้ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น ในประเทศไทยหรือในประเทศเพื่อนบ้าน 30 | รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๐

اختر الفقرة المستهدفة3