รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
ในการปล่อยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม กสม. มีข้อสังเกต
ถึ ง ความเหมาะสมของหลั ก เกณฑ์ ดั ง กล่ า วซึ่ ง ปรากฏ
อยู ่ ใ นระเบี ย บคณะกรรมการบริ ห ารกองทุ น ยุ ติ ธ รรม
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสนับสนุน
หลั ก ทรั พ ย์ เ ป็ น หลั ก ประกั น ในการปล่ อ ยชั่ ว คราว
พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ก�ำหนดให้คณะกรรมการบริหารกองทุน
ยุ ติ ธ รรม คณะอนุ ก รรมการ หรื อ ผู ้ ที่ ไ ด้ รั บ มอบหมาย
สามารถที่ จ ะใช้ ดุ ล พิ นิ จ ว่ า ผู ้ ยื่ น ค� ำ ขอปล่ อ ยชั่ ว คราว
เป็นผู้ที่น่าจะกระท�ำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่
การก�ำหนดเช่นนี้ถือว่าเป็นการวินิจฉัยความผิดของผู้ยื่น
ค�ำขอรับความช่วยเหลือล่วงหน้าแทนศาล เป็นอุปสรรค
ต่อการเข้าถึงความช่วยเหลือของประชาชนในการต่อสู้คดี
เพื่อแสดงความบริ สุท ธิ์ และไม่สอดคล้องกับหลัก การ
สันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แม้ว่าระเบียบคณะกรรมการ
บริหารกองทุนยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เงื่ อ นไขในการสนั บ สนุ น หลั ก ทรั พ ย์ เ ป็ น หลั ก ประกั น
ในการปล่อยชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๔ จะสิ้นผลบังคับไปแล้ว
แต่ตามระเบี ย บคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมว่ า ด้ วย
หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงือ่ นไขในการสนับสนุนหลักทรัพย์
เป็ น หลั ก ประกั น ในการปล่ อ ยชั่ ว คราวผู ้ ต ้ อ งหาหรื อ
จ� ำ เลย พ.ศ. ๒๕๕๙ กลั บ ยั ง คงก� ำ หนดหลั ก เกณฑ์
การพิจารณาในลักษณะเช่นเดียวกันอยู่
๑๖
52
๑.๓ รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ที่ ๑๒๒/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๑ เกี่ยวกับ
การลงโทษผู้ต้องขังที่ฝ่าฝืนค�ำสั่งฝึกวินัยโดยการใช้ก�ำลัง
กับผู้ต้องขังจนได้รับบาดเจ็บรุนแรง ซึ่ง กสม. เห็นว่า
เป็ น การละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน และได้ มี ข ้ อ เสนอแนะ
ต่ อ กรมราชทั ณ ฑ์ ใ ห้ พิ จ ารณาเยี ย วยาโดยให้ ก ารรั ก ษา
พยาบาลและชดเชยความเสียหายให้แก่ผรู้ อ้ งอย่างเหมาะสม
และควรก� ำ ชั บ การปฏิ บั ติ ง านของเจ้ า หน้ า ที่ ร าชทั ณ ฑ์
ให้ เ ป็ น ไปตามกฎหมายอย่ า งเคร่ ง ครั ด โดยให้ ค วาม
เคารพต่ อ ศั ก ดิ์ ศ รี ค วามเป็ น มนุ ษ ย์ แ ละสิ ท ธิ ข อง
ผู้ต้องขัง โดยเฉพาะสิทธิในชีวิตและร่างกายซึ่งเป็นสิทธิ
ขั้ น พื้ น ฐานที่ มิ อ าจล่ ว งละเมิ ด ได้ และลงโทษผู ้ ฝ ่ า ฝื น
ตามระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๒. โทษประหารชีวิต
เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๑ กรมราชทัณฑ์ได้ด�ำเนินการ
บังคับโทษตามค�ำพิพากษาของศาลด้วยการประหารชีวิต
นั ก โทษเด็ ด ขาดชายในคดี ฆ ่ า ผู ้ อื่ น อย่ า งทารุ ณ โหดร้ า ย
เพื่ อ ชิ ง ทรั พ ย์ โดยหวั ง ว่ า จะเป็ น อุ ท าหรณ์ ใ ห้ ผู ้ ที่ คิ ด
จะก่ออาชญากรรมร้ายแรง หรือกระท�ำผิดกฎหมายได้ยงั้ คิด
ถึงบทลงโทษนี้๑๖ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๑
ได้ มี ก ลุ ่ ม นั ก กิ จ กรรมและอาสาสมั ค รของแอมเนสตี้
จาก มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง ราชทัณฑ์ประหาร นักโทษคดีฆ่าโหดชิงทรัพย์ 1 ราย, โดย ไทยรัฐ, ๒๕๖๑. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/content/1311362