ยอมรับของนานาชาติ เป็นการด�ำเนินการเชิงบวกตามพันธกรณีในการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนในมิตขิ องสิทธิดา้ นสุขภาพ
ทั้ ง ในส่ ว นของคนไทยและชาวต่ า งชาติ ที่ อ ยู ่ ในประเทศไทย มีการสื่อ สารให้ข ้อ มูลกับประชาชนอย่างสม�่ำ เสมอ
เพือ่ สร้างความเข้าใจเกีย่ วกับสถานการณ์ของโรคและมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ ท�ำให้ได้รบั ความร่วมมือด้วยดีจาก
ประชาชนซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดี และมีความพยายามดูแลกลุ่มต่าง ๆ ให้เข้าถึงข้อมูลและอุปกรณ์ในการป้องกันโรค
เช่น หน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ส�ำหรับล้างมือ และการดูแลสุขภาพของผูส้ งู อายุซงึ่ เป็นกลุม่ เสีย่ งต่อการติดโรค
และเสียชีวติ ผ่านระบบอาสาสมัครสาธารณสุข รวมถึงรัฐได้มคี วามพยายามในการจัดหาวัคซีนโควิด 19 จากต่างประเทศ
เพื่อลดความรุนแรงและอันตรายต่อชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19
การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสถานการณ์เฉพาะ
ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายผ่านระบบทางเดินหายใจ รัฐบาล
จ�ำเป็นต้องใช้มาตรการทีเ่ น้นการลดกิจกรรมทีม่ ลี กั ษณะเป็นการรวมกลุม่ ของคนจ�ำนวนมาก ทัง้ การเดินทางและการห้าม
เข้าพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรค รวมไปถึงการกักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโควิด 19 เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ
การปิดสถานประกอบการบางประเภทที่มีความเสี่ยงรวมถึงการห้ามชุมนุม ซึ่งเป็นมาตรการที่จ�ำกัดสิทธิเสรีภาพ
บางประการ ได้แก่ เสรีภาพในการเดินทางและการเคลื่อนย้ายของบุคคล แต่มาตรการดังกล่าวมีความจ�ำเป็น
และมีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เป็นว่าเป็นมาตรการที่มีประสิทธิผล ท�ำให้ประเทศไทยสามารถควบคุมการ
แพร่ระบาดของโรคให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้และคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของประชาชนได้เป็นอย่างดี
จนได้รับความชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้มีการผ่อนผันหรือยกเว้นการบังคับใช้มาตรการ
เหล่านัน้ ตามความจ�ำเป็นเหมาะสมตามควรแก่กรณี รวมทัง้ ได้มกี ารผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวเป็นระยะเมือ่ สถานการณ์
การแพร่ระบาดอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และมีผู้ป่วยลดลง กสม. จึงเห็นว่ามาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาด
ของโรคโควิ ด 19 ที่ เ ป็ น การจ�ำกั ด สิ ท ธิ เ สรี ภ าพขั้น พื้น ฐานบางประการที่รัฐบาลน�ำมาใช้เป็น มาตรการที่จ�ำเป็ น
และได้สัดส่วนกับความรุนแรงของสถานการณ์ นอกจากนี้ ในการน�ำมาตรการดังกล่าวมาใช้ ได้มีการประกาศ
อย่างเป็นทางการโดยอาศัยอ�ำนาจตามกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง คือ พระราชก�ำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉกุ เฉิน
พ.ศ. 2548 การด�ำเนินการของรัฐบาลในการใช้มาตรการจ�ำกัดสิทธิในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19
จึงสอดคล้องกับหลักการในกติกา ICCPR
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
บทที่ 2
ปัญหาหรืออุปสรรค ในทางปฏิบัติ มาตรการควบคุมการระบาดของโรคบางประการส่งผลกระทบต่อ
การด�ำรงชีวิตของคนบางกลุ่ม เช่น คนไร้บ้านซึ่งมีรายงานการถูกจับกุมในความผิดฝ่าฝืนเคอร์ฟิว แต่หลังจากนั้น
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับวิธีการให้การดูแลช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ ผู้ต้องขังเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ
จากมาตรการรักษาระยะห่างและการงดเยี่ยม อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าเรือนจ�ำได้จัดให้ญาติได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับ
ผู้ต้องขังรวมทั้งการให้เยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ตามเวลาที่ก�ำหนด ในส่วนของการบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจและ
การครองชีพ รัฐบาลได้มีมาตรการดูแลกลุ่มต่าง ๆ ทั้งกลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานนอกระบบผ่านการให้เงิน
ช่วยเหลือเป็นรายเดือน เดือนละ 5,000 บาทในโครงการเราไม่ทิ้งกัน รวมทั้งได้มีการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับ
ความช่วยเหลือจากโครงการ ดังกล่าวให้ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่ม
เงินช่วยเหลือแก่กลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ รวมทั้งมีมาตรการทางการเงินเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เช่น
การพักการช�ำระหนี้เงินกู้ยืมจากกองทุนต่าง ๆ แต่การให้ความช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ท�ำให้ผู้ได้รับผลกระทบ
บางกลุ่มเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือดังกล่าว เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ เนื่องจากมีอุปสรรคทางภาษาหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล
ที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือกรณีของผู้ที่ไม่รู้วิธีการและไม่สามารถใช้ระบบการลงทะเบียนออนไลน์ได้ รวมถึง
ผลพวงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ยังพบความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้หญิง และปัญหา
การไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขโดยเฉพาะเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ได้
55