๑๙ ค. เป็นการวิภาคโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งการดาเนินคดีของคู่ความ หรือคาพยานหลักฐาน หรือนิสัยความ ประพฤติของคู่ความหรือพยาน รวมทั้งการแถลงข้อความอันเป็นการเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของคู่ความหรือพยาน แม้ ถึงว่าข้อความเหล่านั้นจะเป็นความจริง หรือ ง. เป็นการชักจูงให้เกิดมีคาพยานเท็จ เพื่ อ ประโยชน์ แ ห่ ง มาตรานี้ ให้ น าวิ เ คราะห์ ศั พ ท์ ทั้ ง ปวงในมาตรา ๔ แห่ ง พระราชบั ญ ญั ติ ก ารพิ ม พ์ พุทธศักราช ๒๔๗๖ มาใช้บังคับ” มาตรา ๓๓ “ถ้าคู่ความฝ่ายใดหรือบุคคลใดกระทาความผิดฐานละเมิดอานาจศาลใด ให้ศาลนั้นมีอานาจ สั่งลงโทษโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือทั้งสองวิธีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (ก) ไล่ออกจากบริเวณศาล หรือ (ข) ให้ลงโทษจาคุก หรือปรับ หรือทั้งจาทั้งปรับ การไล่ออกจากบริเวณศาลนั้นให้กระทาได้ชั่วระยะเวลาที่ศาลนั่งพิจารณาหรือภายในระยะเวลาใด ๆ ก็ได้ ตามที่ศาลเห็นสมควร เมื่อจาเป็นจะเรียกให้ตารวจช่วยจัดการก็ได้ ในกรณีกาหนดโทษจาคุกและปรับนั้นให้จาคุกได้ไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท” ๒.๓.๓ ประมวลกฎหมายอาญา เมื่อพิจารณาบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญา พบว่ามีบทบัญญัติที่มีความสัมพันธ์กับความผิดฐาน ละเมิดอานาจศาลอยู่หลายมาตรา ได้แก่ มาตรา ๑๗๐ “ผู้ใดขัดขืนหมายหรือคาสั่งของศาลให้มาให้ถ้อยคา ให้มาเบิกความหรือให้ส่งทรัพย์หรือ เอกสารใดในการพิจารณาคดี ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ” มาตรา ๑๗๑ “ผู้ใดขัดขืนคาสั่งของศาลให้สาบาน ปฏิญาณ ให้ถ้อยคาหรือเบิกความ ต้องระวางโทษ จาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ” มาตรา ๑๗๕ “ผู้ใดเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทาความผิดอาญา หรือว่ากระทาความผิด อาญาแรงกว่าที่เป็นความจริง ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท” มาตรา ๑๗๗ “ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสาคัญในคดี ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทาในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทาต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน เจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบ��ท”

Выберите целевой абзац3