๑๗
ความเป็นอยู่ส่วนตัว เสรีภาพในเคหสถาน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สิทธิในทรัพย์สินและการสืบมรดก
เสรีภาพในการประกอบอาชีพ เป็นต้น
ทั้งนี้ สิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้กาหนดบทบัญญัติไว้ดังต่อไปนี้
มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและการคุมขังบุคคลจะกระทามิได้
เว้นแต่มีคาสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
การค้นตัวบุคคลหรือการกระทาใดอันกระทบกระเทือนต่อสิท ธิหรือเสรีภาพในชีวิตหรือร่างกายจะกระทา
มิได้ เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ
การทรมาน ทารุณกรรมหรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระทามิได้
มาตรา ๒๙ บุ คคลไม่ต้องรับ โทษอาญา เว้นแต่ได้กระทาการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทานั้น
บัญญัติเป็นความผิดและกาหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่
ในเวลาที่กระทาความผิดมิได้
ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจาเลยไม่ มีความผิด และก่อนมีคาพิพากษาอันถึงที่สุด
แสดงว่าบุคคลใดได้กระทาความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทาความผิดมิได้
การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจาเลยให้กระทาได้เพียงเท่าที่จาเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี ใน
คดีอาญาจะบังคับให้บุคคลให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองมิได้
คาขอประกันผู้ต้องหาหรือจาเลยในคดีอาญาต้องได้รับการพิจารณาและจะเรียกหลักประกันจนเกินควรแก่
กรณีมไิ ด้ การไม่ให้ประกันต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๖๘ รัฐพึงจัดระบบการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม
และไม่เลือกปฏิบัติ และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็วและไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกิน
สมควร
รัฐพึงมีมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเคร่งครัด
ปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงาใด ๆ
รัฐพึงให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายที่จาเป็นและเหมาะสมแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึง
กระบวนการยุติธรรมรวมตลอดถึงการจัดหาทนายความให้
๒.๓.๒ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานละเมิดอานาจศาลในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ได้แก่