๒๐
มาตรา ๑๘๐ “ผู้ใดนาสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็น เท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐาน
ในข้อสาคัญในคดีนั้น ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ
ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทาในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทาต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน
เจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท”
มาตรา ๑๙๘ “ผู้ใดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี หรือกระทาการขัดขวาง
การพิจารณาหรือพิพากษาของศาล ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่ง
หมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ”
๒.๓.๔ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
ความผิดฐานละเมิดอานาจศาลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.
๒๕๔๒ ปรากฏอยู่ในมาตรา ๖๔ และมาตรา ๖๕ ดังนี้
มาตรา ๖๔ “นอกจากทีบ่ ัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ ให้นาบทบัญญัติทีถือว่าเป็นการกระทาละเมิด
อานาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม และเมื่อมีการละเมิดอานาจศาล ให้
ศาลปกครองมีอานาจสั่งลงโทษได้ดังนี้
(๑) ตักเตือน โดยจะมีคาตาหนิเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยหรือไม่ก็ได้
(๒) ไล่ออกจากบริเวณศาล
(๓) ลงโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจาทัง้ ปรับ
การสั่งลงโทษฐานละเมิดอานาจศาลพึงใช้อย่างระมัดระวังและเท่าที่ จาเป็นตามพฤติการณ์แห่งกรณี และ
หากเป็นการสั่ งลงโทษตาม (๓) ให้องค์คณะอื่นทีมิใช่องค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีนั้ น เป็นผู้พิจารณาและสั่ ง
ลงโทษ”
มาตรา ๖๕ “ผู้ใดวิจารณ์การพิจารณาหรือการพิพากษาคดีของศาลปกครองโดยสุจริตด้วย วิธีการทาง
วิชากา�� ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานละเมิดอานาจศาล หรือดูหมิ่นศาลหรือตุลาการ”
๒.๓.๕ ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พ.ศ. ๒๕๕๒
ประมวลจริ ย ธรรมข้ าราชการตุ ล าการ พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้ ก าหนดหน้ าที่ บ างประการของผู้ พิพ ากษาที่
เกี่ยวข้องกับความผิดฐานละเมิดอานาจศาล ไว้ในหมวด ๒ จริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางอรรถคดี ดังนี้
ข้อ ๓ “ในการนั่งพิจารณาคดี ผู้พิพากษาจักต้องวางตนเป็นกลางและปราศจากอคติ ทั้งพึงสารวจตนให้
เหมาะสมกับตาแหน่งหน้าที่ แต่งกายเรียบร้อย ใช้วาจาสุภาพ ฟังความจากคู่ความและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่าง
ตั้งใจ ให้มีความเสมอภาค และมีเมตตาธรรม”