ประกอบธุรกิจ ซึ่งผลการวิเคราะห์จะทำให้เห็นช่องว่างที่เกิดขึ้นจริงและนำไปสู่ข้อเสนอแนะเพื่อสนับสนุนการ พัฒนากลไกการคุ้มครองทางด้านสิทธิมนุษยชนของภาครัฐ อย่างไรก็ดี เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายเป็นจำนวนมาก โดยมีกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ไม่น้อยกว่า 880 ฉบับ และมีกฎระเบียบ ข้อบังคับ รวมถึงประกาศใน ทุกลำดับ ขั้น อีกมากกว่า 100,000 ฉบั บ จึงทำให้ การวิเคราะห์ ช่องว่างของกฎหมายทางตรงโดยพิจารณา กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับและประกาศในทุก ๆ ฉบับ อาจจะไม่มีความเหมาะสมภายใต้ข้อจำกัดทางด้าน ระยะเวลาและงบประมาณในการวิจัย ประกอบกับสภาพปัญหาทางด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชนของไทยที่มี ลักษณะเป็นพลวัต คือมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อปัญหาเก่าจบลงไป และมีปัญหาใหม่ ๆ เกิดขึ้นตามมา รวมถึง ปั ญ หาที่ ยั งคงค้างรอการแก้ ไขอยู่ งานวิจั ย ชิ้น นี้ จึงมุ่งเน้ นที่ จะศึก ษาถึงปัญ หาการละเมิ ดสิ ท ธิมนุ ษ ยชนที่ เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่สำคัญในปัจจุบัน โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผลงานวิจัยเป็นกรอบแนวทางในการประเมิน และตรวจสอบผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแห่ งชาติว่าด้วยเรื่องธุรกิจและสิทธิ มนุษยชนของประเทศ (National Action Plan on Business and Human Rights หรือ NAPs) ว่าได้มีการดำเนินการในประเด็น ส่วนที่สำคัญกับประเทศไทยมากน้อยเพียงใด รวมไปถึงได้มีการดำเนินการเพื่อปิดช่องว่างของกลไกสำคัญที่ เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นหรือไม่ งานวิจั ยชิ้น นี้ ได้กำหนดกรอบในการคัดเลือกปัญ หาโดยกำหนดให้ ประเด็นใดประเด็นหนึ่งจะเป็น ประเด็นเฉพาะที่สำคัญ หากมีลักษณะของปัญหาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ได้แก่ 1. ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย 2. ปัญหาที่มีขนาดใหญ่ 3. ปัญหาที่มีแนวโน้มว่าจะเกิ ดขึ้นในอนาคต 4. ปัญหาที่แก้ไขโดยง่ าย หรือ 5. ปัญหา พื้นฐานที่เป็นต้นเหตุของปัญหาอื่น ๆ การประเมินความสำคัญของประเด็นข้างต้น ได้อาศัยข้อมูลจากสถิติที่จัดเก็บโดยหน่วยงานภาครัฐที่มี หน้าที่ในการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชน การจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็ น และการสัมภาษณ์ ตัว แทนผู้ ท รงคุ ณ วุฒิ ประกอบด้ว ย หน่ ว ยงานภาครัฐ ภาคธุรกิ จ คณะกรรมการสิ ท ธิม นุ ษ ยชนแห่ งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคประชาสังคมที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิแรงงาน และสิทธิด้านสิ่ งแวดล้อม ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวิชาการ และนัก กฎหมายด้านธุรกิจการค้า การลงทุน โดยการเก็บข้ อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิผ่านการจัดประชุมกลุ่มย่อยและการ สัมภาษณ์ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิรวม 73 ท่าน ผลการศึกษาพบว่า ช่องว่างในกลไกที่สำคัญ ประการที่หนึ่ง คือรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งขอบเขตอำนาจบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญมีความครอบคลุมกับคนไทยในผืนแผ่นดินไทย เป็นหลัก จึงให้การดูแลกลุ่มประชากรต่างด้าวที่เข้ามายังประเทศไทยได้อย่างจำกัด ทั้งยังไม่ได้ครอบคลุมไปถึง คนไทยที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในต่างแดน และไม่ได้ครอบคลุมไปถึงธุรกิจไทยที่ออกไปลงทุนต่างประเทศ และทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ประเทศปลายทางเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ข้อความในรัฐธรรมนูญ มาตราที่ เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน อันได้แก่ มาตรา 25 และมาตรา 26 ยังมีเนื้อความที่ไม่ชัดเจน ได้แก่ สิทธิที่จะถูกระงับโดยอัตโนมัติหากสิทธิดั งกล่าวกระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ iii

Выберите целевой абзац3