รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ โทษประหารชีวิตส่วนใหญ่ถูกบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดที่หลากหลาย เช่น ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักร ความผิดต่อต�ำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิด ต่อต�ำแหน่งหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เป็นต้น และบัญญัตไิ ว้ในกฎหมายอืน่ เช่น พระราชบัญญัตยิ าเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยความผิดบางประการ ต่อการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นต้น ๒.๓ แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประเทศไทยได้ ป ฏิ บั ติ ต ามกติ ก าระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ พลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ ๖ ข้อย่อยที่ ๕ มาตัง้ แต่ ปี ๒๕๔๖ โดยมาตรา ๑๘ ประมวลกฎหมายอาญา ห้ามมิให้ลงโทษประหารชีวติ ในเด็กอายุตำ�่ กว่าสิบแปดปี โดยให้เปลีย่ นเป็นโทษจ�ำคุกห้าสิบปี๖๓ และในปี ๒๕๕๐ ได้มกี ารแก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณา ความอาญา มาตรา ๒๔๗ ก�ำหนดให้หญิงที่ต้องโทษประหารชีวิต หากมีครรภ์อยูใ่ ห้รอจนกว่าจะพ้นก�ำหนดสามปีนบั แต่คลอดบุตรแล้ว และให้ลดโทษจากประหารชีวติ เป็นจ�ำคุกตลอดชีวติ ๖๔ ต่อมา ได้นำ� หลักการเรือ่ งสิทธิในชีวติ /สิทธิของการมีชวี ติ อยูม่ าก�ำหนดไว้ในแผน สิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๕๖) โดยก�ำหนด ตัวชี้วัดให้กฎหมายที่มีอัตราโทษประหารชีวิตได้เข้าสู่การพิจารณา ของรัฐสภาให้มีการยกเลิกเป็นโทษจ�ำคุกตลอดชีวิต๖๕ และแผน สิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๕๗-๒๕๖๑) ในส่วนของ แผนสิทธิมนุษยชนด้านกระบวนการยุตธิ รรมได้กำ� หนดข้อเสนอแนะ เชิงปฏิบัติการอย่างเป็นขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงโทษประหาร ชีวิตให้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเป็นโทษจ�ำคุกตลอดชีวิต๖๖ ๒.๔ รายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ภายใต้กระบวนการ Universal Periodic Review (UPR) ภายหลังจากการน�ำเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์ต่อคณะ ท�ำงาน UPR เมือ่ วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ ประเทศไทยได้รบั ข้อเสนอ แนะด้านสิทธิมนุษยชนจากกระบวนการ UPR จ�ำนวน ๑๗๒ ข้อ ซึ่ ง คณะรั ฐ มนตรี ไ ด้ มี ม ติ เ มื่ อ วั น ที่ ๒๒ กุ ม ภาพั น ธ์ ๒๕๕๕ ให้ ค� ำ รั บ รองข้ อ เสนอแนะด้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนที่ ป ระเทศไทย ได้รับจ�ำนวน ๑๓๔ ข้อ ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชน ที่คณะรัฐมนตรีไม่ได้มีมติให้ค�ำรับรองมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับโทษ ประหารชีวิตที่เสนอโดยประเทศต่าง ๆ เช่น ให้ย้ายการกระท�ำผิด ที่ไม่ใช่ความรุนแรงออกจากกลุ่มที่ต้องโทษประหารชีวิต ให้ออก กฎหมายเพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิตตามที่ระบุไว้ในแผนปฏิบัติ การแห่งชาติวา่ ด้วยสิทธิมนุษยชน และทบทวนการใช้โทษประหาร ชีวิตส�ำหรับความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การเปลี่ยนโทษ ประหารชีวิตเป็นโทษอื่น ให้ระงับการใช้โทษประหารชีวิตโดยเร็ว ทีส่ ดุ เพือ่ น�ำไปสูก่ ารยกเลิกโทษประหารชีวติ ในทีส่ ดุ ระงับการใช้โทษ ประหารชีวิตโดยทันที เพื่อน�ำไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยสมบู ร ณ์ ต ามที่ ร ะบุ ไ ว้ ใ นแผนปฏิ บั ติ ก ารแห่ ง ชาติ ว ่ า ด้ ว ย สิทธิมนุษยชน ให้หนั กลับไปสูก่ ารระงับการบังคับโทษประหารชีวติ ในทางปฏิบตั ิ และเสริมสร้างการหารือสาธารณะทีจ่ ำ� เป็นในเรือ่ งนี้ เพื่ อ เป็ น ขั้ น แรกที่ น� ำ ไปสู ่ ก ารยกเลิ ก โทษประหารชี วิ ต ในที่ สุ ด ให้ระงับการบังคับใช้โทษประหารชีวิตในทุกกรณีและยกเลิกโทษ ประหารชีวิตในที่สุด ทบทวนการใช้โทษประหารชีวิต และยกเลิก โทษประหารชีวติ โดยสิน้ เชิง แม้ในกรณีความผิดร้ายแรง เป็นต้น๖๗ ๒.๕ สถิติโทษประหารชีวิตในประเทศไทย ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์รายงานว่า ระหว่างปี ๒๕๔๗-๒๕๕๘ มีนกั โทษเด็ดขาดประหารชีวติ ๗๘๒ คน ได้รบั พระราชทานอภัยโทษ ลดโทษจากประหารชีวิตเป็นจ�ำคุกตลอดชีวิต เป็นจ�ำคุก ๙๓ คน๖๘ ถูกยกฎีกาได้บังคับโทษโดยการประหารชีวิต ๒ คนในปี ๒๕๕๒๖๙ แสดงให้ เ ห็ น ว่ า ในทางปฏิ บั ติ ป ระเทศไทยไม่ ไ ด้ ใ ช้ ก ารลงโทษ ด้วยการประหารชีวิตมาเป็นเวลานานแล้ว ยกเว้นนักโทษประหาร ชีวิตคดียาเสพติด ๒ รายในปี ๒๕๕๒ เท่านั้น หลังจากนั้นตั้งแต่ ปี ๒���๕๓ จนถึปัจจุบันประเทศไทยไม่มีการประหารชีวิตนักโทษ อีกเลย ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ ๖๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๖๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๖๕ บทสรุปส�ำหรับผู้บริหาร แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๖) ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย น. ๓๓,น.๗๗ ๖๖ แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๗ – ๒๕๖๑) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กันยายน ๒๕๕๖ น.๓๘ ๖๗ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เอกสารทางวิชาการ ประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โทษประหารชีวิตยังจ�ำเป็นต่อสังคมไทยหรือไม่” น.๓ - น.๗ ๖๘ สถิตินักโทษเด็ดขาดประหารชีวิตที่ยื่นฎีกา และได้รับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งเป็นการลดโทษจากประหารชีวิตเป็นจ�ำคุกตลอดชีวิต ระหว่างปี ๒๕๔๗ – ๒๕๕๘ มีจ�ำนวนรวมทั้งสิ้น ๙๓ คน โดยจ�ำแนกเป็นจ�ำนวนในปีต่าง ได้แก่ ปี ๒๕๔๗ (๒ คน) ปี ๒๕๔๘ (๔ คน) ปี ๒๕๔๙ (๘ คน) ปี ๒๕๕๐ (๕ คน) ปี ๒๕๕๑ (๑ คน) ปี ๒๕๕๒ (๔ คน) ปี ๒๕๕๓ (๗ คน) ปี ๒๕๕๔ (๑๘ คน) ปี ๒๕๕๕ (ไม่มี) ปี ๒๕๕๖ (๕ คน) ปี ๒๕๕๗ (๕ คน) และปี ๒๕๔๘ (๓๔ คน) ๖๙ จากหนังสือกรมราชทัณฑ์ ที่ ยธ ๐๗๐๖.๔/๘๔๒๐ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๙ เรื่อง แจ้งข้อมูลนักโทษเด็ดขาดประหารชีวิต, โดย กรมราชทัณฑ์, ๒๕๕๙, กรุงเทพฯ : กรมราชทัณฑ์. 50 บทที่ ๓ สถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ๒.๒ กฎหมายที่ก�ำหนดโทษประหารชีวิต

Выберите целевой абзац3