บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการส่งเสริม
และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
จากเหตุผลข้างต้นประกอบกับการที่สานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีการ
จัดทาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการ
ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สานักงาน กสม. จึงเห็นควรให้มีโครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วน
ร่วม เรื่อง สิทธิของชุมชนชาวกะเหรี่ยง (ปกาเกอญอ) กับการดาเนินเขตวัฒนธรรมพิเศษไร่หมุนเวียนในพื้นที่
ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกรณีที่ดินทากิน และที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ภาคเหนือ ๕
จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก ลาปาง โดยมุ่งเน้นการสารวจจานวนชุมชนชาวกะเหรี่ยง
(ปกาเกอญอ) ในปัจจุบันเพื่อเป็นฐานข้อมูล จึงเห็นควรให้มีโครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลจานวนชุมชนและสถานภาพการทาไร่หมุนเวียน ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์
ทางนโยบายปัจจุบันและมุ่งหวัง ใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการสนับสนุนการจัดทาข้อเสนอแนะนโยบายต่อ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสาหรับเป็นมาตรการในการคุ้มครอง ฟื้นฟูระบบการทาไร่หมุนเวียน รวมทั้ง สนับสนุน
ผลักดันกลไกการขับเคลื่อนเพื่อคุ้มครองสิทธิและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทของคนกะเหรี่ยงหรือคนปกาเกอญอ
อย่างสันติวิธีต่อไป
๑.๒ วัตถุประสงค์
๑.๒.๑ เพื่อศึกษาและสารวจข้อมูลจานวนชาวกะเหรี่ยง (ปกาเกอญอ) ขอบเขตพื้นที่ และรูปแบบ
การทาและสถานภาพไร่หมุนเวียนในพื้นที่ ๕ จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก
ลาปาง รวมทั้งจัดทาฐานข้อมูลในเชิงพื้นที่ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ Geographic Information
System – GIS
๑.๒.๒ เพื่อศึกษา รวบรวม และวิ เคราะห์ ข้อมูล สถานภาพพื้นที่ชุมชนตามกฎหมายและ
นโยบายหรือกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมในระบบไร่หมุนเวียนในพื้นที่ ๕
จังหวัดภาคเหนือ (ที่ระบุในข้อ ๑.๒.๑)
๑.๒.๓ เพื่อจัดทาข้อเสนอแนะนโยบายและ/หรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายต่อหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องสาหรับเป็นมาตรการในการคุ้มครอง ฟื้นฟูระบบการทาไร่หมุนเวียน รวมทั้ง สนับสนุน ผลักดัน
กลไกการขับเคลื่อนเพื่อคุ้มครองสิทธิและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องไร่หมุนเวียนของชนพื้นเมืองเผ่าปกาเก
อญออย่างสันติวิธี
๑.๓ ระเบียบวิธีกำรศึกษำ
การวิจัยนี้ใช้การวิ จัยเชิงปริมาณ (Quantitative) ร่วมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative)
ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research - PAR) ระหว่าง
สถาบันอุดมศึกษาที่จัดทาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชน (MoU) กับสานักงาน กสม.
และชุมชนกะเหรี่ยง (ปกาเกอญอ) ในพื้นที่ โดยการสารวจข้อมูลพื้นฐานและจาแนกข้อมูลเพื่อใช้ในการ
จั ด จ าแนกกรณี ศึ ก ษา (case study) และมี ก ระบวนการท างานในพื้ น ที่ ร่ ว มกั บ ชุ ม ชนอย่ า งใกล้ ชิด
เพื่อที่จะให้ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงและชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการสร้างความรู้และทาความเข้าใจ
กับสภาพการณ์ที่ปรากฏอยู่ รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้เรียนรู้และแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างหลายฝ่าย อันเป็น
การสร้างความรู้ให้กับสังคมและใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันเสนอแนวทางใน
การแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน
๓