ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ร่างกายนายเอ ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวนอาศัยข้อเท็จจริงค�ำให้การนี้ ประกอบกับพยานหลักฐานขณะนั้น คือ
อาวุธมีด และขวาน แล้วแจ้งข้อหาท�ำร้ายร่างกายผู้อื่น รวมถึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่าพยายามฆ่าผู้อื่น ภายหลัง
ได้รบั เอกสารการชันสูตรบาดแผลของนายเอ คูก่ รณี ซึง่ ปรากฏว่ารุนแรงอาจถึงแก่ชวี ติ ได้ จึงถือว่าเป็นการใช้ดลุ พินจิ
ในการแจ้งข้อกล่าวหาภายใต้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามสมควรแล้ว
ส�ำหรับกรณีทผี่ รู้ อ้ งร้องเรียนว่าพนักงานสอบสวนด�ำเนินคดีแต่ผรู้ อ้ งฝ่ายเดียว โดยมิได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายเอ คู่
กรณีด้วยนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าภายหลังที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ร้องแล้ว ได้สอบปากค�ำ
นายเอ คู่กรณี ที่โรงพยาบาล และสอบปากค�ำพยานแวดล้อมที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จ�ำนวน ๒ คน สรุปว่าผู้ร้องเป็น
ผู้ท�ำร้ายร่างกายนายเอ ฝ่ายเดียว พยานแวดล้อมเห็นผู้ร้องท�ำร้ายนายเอ ฝ่ายเดียว ประกอบกับพนักงานสอบสวน
ได้พจิ ารณาแผลตามร่างกายผูร้ อ้ งพบว่าได้รบั บาดเจ็บบริเวณหน้าผากเพียงเล็กน้อยและบริเวณข้อศอกพบรอยถลอก
ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด จึงมิได้แจ้งข้อกล่าวหานายเอ พิจารณาแล้วเห็นว่าพนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจในการ
ไม่แจ้งข้อกล่าวหานายเอ เป็นไปตามพยานหลักฐานทีป่ รากฏ มิได้เป็นการกระท�ำ หรือละเลยการกระท�ำอันเป็นการ
ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือปฏิบัติไม่เป็นธรรมแก่ผู้ร้องอย่างใด ทั้งนี้ หากผู้ร้องมีพยานหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าผู้ร้อง
ป้องกันตัวจากการท�ำร้ายของนายเอก็สามารถยกข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อสู้ในชั้นศาลได้
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนนั้น ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติได้มีค�ำสั่งที่ ๔๑๔/๒๕๕๖
ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เรื่อง ก�ำหนดการอ�ำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การท�ำส�ำนวนสอบสวน และ
มาตรการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญาของพนักงานสอบสวน โดยก�ำหนดให้พนักงานรับแจ้ง
เหตุและลงหลักฐานรับค�ำร้องทุกข์หรือค�ำกล่าวโทษและรีบด�ำเนินการสอบสวนโดยไม่ชักช้า ซึ่งจากการตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงปรากฏว่าพนักงานสอบสวน สถานีตำ� รวจนครบาลลุมพินไี ด้รบั ร้องทุกข์ตงั้ แต่ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๔ แต่
สรุปส�ำนวนการสอบสวนส่งผู้บังคับบัญชา วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ๒ ปี ๙ เดือน โดยสถานี
ต�ำรวจนครบาลลุมพินีชี้แจงว่า เนื่องจากคดีมีพนักงานสอบสวนรับผิดชอบหลายคน และจากการตรวจสอบพบว่า
ร้อยต�ำรวจเอก บ. ได้ท�ำส�ำนวน เป็นเวลา ๑ ปี ๗ เดือน ยังไม่เสร็จแล้วย้ายไปสถานีต�ำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ และ
ทางสถานีตำ� รวจนครบาลลุมพินไี ด้มหี นังสือไปยังสถานีตำ� รวจนครบาลทุง่ มหาเมฆเพือ่ พิจารณาข้อบกพร่องดังกล่าว
คณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมเห็นว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จ
สิ้นแล้ว จึงเห็นควรยุติการตรวจสอบและเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง เห็นว่า กรณีตามค�ำร้องพนักงาน
สอบสวนได้ด�ำเนินการตามขั้นตอนตามที่กฎหมายก�ำหนดแล้ว อีกทั้งสถานีต�ำรวจนครบาลลุมพินีได้มีหนังสือแจ้ง
ให้สถานีต�ำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆพิจารณาเรื่องท�ำการสอบสวนล่าช้าไปตามอ�ำนาจหน้าที่แล้ว จึงมีมติให้ยุติเรื่อง
(รายงานผลการพิจารณา ที่ ๓๗๕/๒๕๕๗)
68