ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ • พัฒนาการทางแนวคิดของภูมิภาคยุโรป อนุ สั ญ ญาที่ ส� ำ คั ญ ในการคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนในระดั บ ภู มิ ภ าคของยุ โ รป ได้ แ ก่ อนุสญ ั ญาแห่งยุโรปว่าด้วยการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขัน้ พืน้ ฐาน (European Convention on Human Rights) อนุสัญญาฉบับนี้ยังไม่ได้มีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมไว้เป็นการเฉพาะ อย่างไรก็ดี การตระหนักถึงความส�ำคัญของ คุณภาพสิง่ แวดล้อมในการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนซึง่ ปรากฏในปฏิญญาสตอกโฮล์ม ได้มสี ว่ นกระตุน้ ให้ภมู ภิ าคยุโรปตระหนัก ถึงความเชื่อมโยงระหว่างการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน โดยมีการเสนอให้จัดท�ำพิธีสารเพิ่มเติมอนุสัญญา แห่งยุโรปว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เพื่อรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมไว้เป็นการเฉพาะในปี ค.ศ. ๑๙๗๒, ๑๙๗๓, ๑๙๗๘ และ ๑๙๘๗ มาอย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงปัจจุบันข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ประสบความส�ำเร็จ เนื่องจากยังมีการถกเถียงกันอยู่ถึงขอบเขตและเนื้อหาแห่งสิทธิ อีกทั้งรัฐภาคีต่างประสบปัญหาทางสิ่งแวดล้อมภายใน ประเทศของตน จึงเกรงว่าหากมีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมเป็นสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่งขึ้นมา อาจก่อให้เกิดปัญหา การร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้น29 แม้แนวคิดการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมให้มีฐานะเป็นสิทธิมนุษยชนเป็นการเฉพาะยังไม่ ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคยุโรป แต่กลไกของสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคยุโรปได้ถูกน�ำมาใช้เพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปต่างยอมรับในความส�ำคัญของคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อการด�ำรงชีวิตของมนุษย์ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมหรือมลภาวะย่อมส่งผลเสียและกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองภายใต้อนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในชีวิต (Right to Life) สิทธิใน ความเป็นส่วนตัวและชีวิตครอบครัว (Right to Private and Family Life) และสิทธิในการมีความสุขกับการเป็นเจ้าของ ทรัพย์สินอย่างสงบ (Right to the Peaceful Enjoyment of One’s Possessions) แนวคิดของภูมิภาคยุ โ รปในการอาศั ย กลไกทางสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนเป็ นเครื่ อ งมื อ ส� ำ หรั บ คุ้มครองสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมขึ้นมาเป็นสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่จะเป็น การอาศัยสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้กับกรณีทางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ หากการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมหรือการก่อ ให้เกิดมลภาวะส่งผลกระทบต่อการด�ำรงชีวิตหรือการใช้สิทธิของมนุษย์ซึ่งได้รับการรับรองภายใต้อนุสัญญายุโรปว่าด้วย สิทธิมนุษยชนข้างต้น กรณีดังกล่าวย่อมถือว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน30 แนวคิดเช่นนี้มีข้อจ�ำกัด คือ ล�ำพังการท�ำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมหรือการก่อให้เกิด มลภาวะเพียงเท่านัน้ ยังไม่ถอื ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทันที แต่ตอ้ งปรากฏด้วยว่าการท�ำให้สงิ่ แวดล้อมเสือ่ มโทรม หรือการก่อมลภาวะดังกล่าวนัน้ ได้สง่ ผลเสียต่อชีวติ ร่างกาย สุขภาพ หรือการด�ำรงชีวติ ของมนุษย์ถงึ ขนาดทีเ่ ป็นการละเมิด สิทธิในชีวติ หรือสิทธิมนุษยชนอืน่ ภายใต้อนุสัญญาแห่งยุโรปว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานแล้ว ซึ่งจะพบว่ากรณีปัญหาทางสิ่งแวดล้อมจ�ำนวนมาก ความเสียหายต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์จะยังไม่ปรากฏขึ้นทันทีที่มี การท�ำลายสิง่ แวดล้อม ซึง่ หากจะต้องรอให้มคี วามเสียหายดังกล่าวปรากฏขึน้ เสียก่อน ก็อาจจะเป็นการสายเกินไปทีจ่ ะฟืน้ ฟู สิ่งแวดล้อมหรือเยียวยาความเสียหายได้31 29 From “Human Rights, Environmental Rights, and the Rights to Environment” by Dinah Shelton (1991) Stan. J. Int’l L. 28, 103, 1991-1992, pp 132-133. 30 เช่น คดี Oneryildiz v. Turkey (2004), EHRR. และคดี Lopez Ostra v. Spain (1994). เป็นต้น 31 From “The Right to a Healthy Iife or the Right to Die Polluted?: The Emergence of a Human Right to a Healthy Environment Under International Law”, by Sumudu Atapattu (2002) Tul. Envtl. L.J., 16, 65, 2002-2003, pp 98-99. 52

Выберите целевой абзац3