ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน หากตีความไปไกลถึงขนาดสิทธิของกลุ่มคน ย่อมมีโอกาสที่จะต้องตีความไปถึงขั้นสิทธิร่วมกันของกลุ่มคนของทั้งรัฐหรือ ทั้งประเทศที่จะกลายเป็นประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ด้านสังคม เศรษฐกิจของประเทศอันจะไม่ใช่เรื่องสิทธิมนุษยชน แต่เพียงอย่างเดียว และก่อให้เกิดการบิดเบือนส�ำหรับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่พึงจะเป็น แม้ในภายหลังจะมีสิทธิบาง ประการที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเช่นสิทธิมนุษยชน เช่น สิทธิของชนกลุ่มน้อย สิทธิทางวัฒนธรรม (Cultural Rights) และ สิทธิในการก�ำหนดเจตจ�ำนงของตนเอง (Right to Self-Determination) แต่สทิ ธิเหล่านีก้ ม็ คี วามแตกต่างจากสิทธิมนุษยชน ในช่วงที่สาม ตรงที่สิทธิเหล่านี้มีองค์ประกอบส�ำคัญร่วมกัน (Collective Element) ขณะที่สิทธิในช่วงที่สามเป็นสิทธิที่ เป็นส่วนประกอบของสิทธิส่วนตน (Individual Component) ของแต่ละคน เสียมากกว่าสิทธิที่มีองค์ประกอบร่วมกัน จึง มีผู้กล่าวว่า สิทธิของประชาชน (Peoples Rights) คือ สิทธิของปัจเจกบุคคลที่กระท�ำในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของ สังคม15 จึงท�ำให้สิทธิในช่วงที่สามมีความต่างกับสิทธิที่เป็น Collective Right ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ (๒) ผู้ทรงสิทธิในสิทธิเชิงกลุ่มมีความไม่แน่นอน นิยามของสิทธิมนุษยชนเท่าที่ผ่านมา ผู้ทรงสิทธิมีความชัดเจน คือ ปัจเจกบุคคล ขณะที่ สิทธิมนุษยชนเชิงกลุ่มยังคงมีความไม่แน่นอนในแง่ของผู้ทรงสิทธิว่าเป็นปัจเจกบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด ใครจะเป็นผู้มีส่วน ได้เสียบ้างของสิทธิเชิงกลุ่มเช่นนี้ ในเชิงกฎหมายจะมีความยากที่จะระบุลงไปว่าใครคือผู้ทรงสิทธิในสิทธิเชิงกลุ่มเช่นว่านั้น หากก�ำหนดให้มีสิทธิเชิงกลุ่มย่อมต้องมีการก�ำหนดให้ชัดเจนในเรื่องของผู้ทรงสิทธิแต่ละกลุ่ม เพราะหากผู้ทรงสิทธิมีความ ไม่ชัดเจนแล้ว รัฐจะคุ้มครองสิทธิเชิงกลุ่มให้แก่ผู้ทรงสิทธิผู้ใดบ้าง หรือขอบเขตของกลุ่มมีความกว้างหรือแคบประการใด จะก�ำหนดอย่างไรในทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนมากที่สุด ในทางวิชาการมีความพยายามอธิบายว่าผู้ทรงสิทธิเชิงกลุ่มจะต้องกระท�ำผ่านตัวแทน (Representative) เท่านั้น โดยผู้แทนของกลุ่มจะเป็นผู้แทนในการอ้างสิทธิต่อรัฐให้ต้องคุ้มครองกลุ่มของตน แต่แนวคิดนี้ ก็มีข้อถกเถียงอีกว่า ตัวแทนของกลุ่มไม่อาจเป็นผู้ทรงสิทธิเชิงกลุ่มได้ เนื่องจากปัจเจกบุคคลที่รวมกันเป็นกลุ่มต่างมีความ หลากหลาย ผู้แทนของกลุ่มจะมีค�ำอธิบายอย่างชัดเจนได้อย่างไรว่า สิทธิที่กล่าวขึ้นมาอ้างต่อรัฐนั้นได้ถูกกระทบต่อปัจเจก บุคคลทุกคนร่วมกันจริง หรือกระทบเฉพาะบางคนในกลุ่ม (๓) สิทธิในการพัฒนา (Right to Development) มีโอกาสบิดเบือนมาก สิทธิในการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิง่ สิทธิในการพัฒนาตามมาตรา ๑ วรรคแรก ประกอบ มาตรา ๒ แห่งปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิในการพัฒนา พยายามอธิบายว่าสิทธิในการพัฒนาเป็นสิทธิของมนุษย์ คนหนึง่ ทีม่ สี ทิ ธิทจี่ ะได้รบั การส่งเสริมหรือคุม้ ครองด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมเพือ่ น�ำไปสูก่ ารพัฒนาตนเอง รัฐต่าง ๆ มีหน้าที่ในการก�ำหนดนโยบายการพัฒนาประเทศให้มีความเหมาะสมเพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหรือ ปัจเจกบุคคลทัง้ ปวงในประเทศ แม้ถอ้ ยค�ำภาษาอังกฤษของปฏิญญาฉบับนีจ้ ะดูมคี วามก�ำกวมไม่ชดั เจนว่าจะคุม้ ครองสิทธิ ของปัจเจกบุคคลคนหนึ่ง ๆ รวมกันเป็นกลุ่ม หรือจะคุ้มครองสิทธิของกลุ่ม แต่ประเทศก�ำลังพัฒนาในทวีปแอฟริกา ได้น�ำ ไปบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒ วรรคแรก แห่งกฎบัตรแอฟริกัน (African Charter) เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กลับใช้ถ้อยค�ำ เกี่ยวกับสิทธิในการพัฒนาว่า “All peoples shall have the right to their economic social and cultural development…” กล่าวคือ สิทธิของประชาชนทั้งกลุ่มซึ่งอาจก่อให้เกิดการตีความที่บิดเบือนไปได้ 15 From Universal Human Rights in theory and practice (p 222), Jack Donnelly 2003 New York: Cornell University Press 2nd edition. 41

Выберите целевой абзац3