รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
แห่งสหประชาชาติ (กลไกการติดตาม และตรวจสอบการปฎิบัติ
งานตาม ICCPR) ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๘
คณะกรรมการฯ มีข้อสังเกต (Concluding Observations)
ต่อประเทศไทย๒๒ โดยเห็นควรให้มีการจัดตั้งกลไกสอบสวนที่เป็น
กลางในกรณีตากใบ กรือเซะ และสงครามปราบปรามยาเสพติด
การประกั น ว่ า การประกาศใช้ ก ฎหมายพิ เ ศษด้ า นความมั่ น คง
ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้สอดคล้องตามบทบัญญัติของ ICCPR
ข้อบทที่ ๔ ว่าด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉิน (State of Emergency)
การทบทวนการใช้ โ ทษประหารชี วิ ต กั บ คดี ฐ านความผิ ด เกี่ ย วกั บ
ยาเสพติด ประกันว่าผู้ถูกคุมขังจะเข้าถึงการได้รับค�ำปรึกษาทาง
กฎหมายและเข้าถึงแพทย์ ให้ผู้ถูกคุมขังมีโอกาสแจ้งครอบครัว
ทราบเกี่ ย วกั บ การจั บ กุ ม และสถานที่ คุ ม ขั ง มี ก ารสอบสวนทั น ที
ที่ มี ก ารกล่ า วหาว่ า มี ก ารกระท� ำ ทรมานโดยเจ้ า หน้ า ที่ ต� ำ รวจ
และเมือ่ มีการเสียชีวติ ในสถานทีค่ มุ ขัง มีการลงโทษผูก้ ระท�ำผิดและ
จ่ายค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายหรือครอบครัว การปรับปรุงสภาพ
เรือนจ�ำและใช้การจ�ำคุกเป็นการลงโทษล�ำดับสุดท้าย การยุติการ
ขังเดี่ยว มีการคุ้มครองเยาวชน และไม่ขังเยาวชนรวมกับผู้ใหญ่
มี ก ารจั ด ตั้ ง กลไกการส่ ง ผู ้ ร ้ า ยข้ า มแดนหรื อ การส่ ง กลั บ คน
ต่างด้าว โดยเคารพต่อหลักการไม่ส่งตัวกลับ (Non – Refoulement) มีมาตรการป้องกันและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดง
ความเห็นโดยเฉพาะการคุ้มครองนักข่าวนักหนังสือพิมพ์จากการ
ถู ก ข่ ม ขู ่ คุ ก คาม มี ม าตรการคุ ้ ม ครองผู ้ พิ ทั ก ษ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
จากการถู ก คุ ก คามท� ำ ร้ า ย มี ก ารสอบสวนเมื่ อ มี ก ารกล่ า วหา
ว่าบุคคลดังกล่าวถูกคุกคามท�ำร้ายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และมีการ
เยี ย วยาผู ้ เ สี ย หายหรื อ ครอบครั ว ตลอดจนมี ม าตรการ
น� ำ ผู ้ ก ระท� ำ ผิ ด ค้ า มนุ ษ ย์ ม าลงโทษและคุ ้ ม ครองพยานและ
ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
ส่วนอนุสญ
ั ญาต่อต้านการทรมาน และการประติบตั หิ รือการลงโทษอืน่ ทีโ่ หดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือทีย่ ำ�่ ยีศกั ดิศ์ รี (CAT)
ประเทศไทยได้เป็นภาคีและมีผลใช้บงั คับเมือ่ วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยได้ทำ� ค�ำแถลงตีความในข้อบทที่ ๑ นิยามค�ำว่า “ทรมาน” ข้อบทที่ ๔
การก�ำหนดให้การทรมานเป็นความผิดอาญา และข้อบทที่ ๕ เขตอ�ำนาจเหนือความผิด ซึ่งให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา และจัด
ท�ำข้อสงวนตามข้อบทที่ ๓๐ วรรคหนึ่ง การให้น�ำข้อพิพาทเกี่ยวกับการตีความหรือน�ำอนุสัญญาไปใช้ขึ้นสู่การวินิจฉัยของศาลยุติธรรม
ระหว่างประเทศ
คณะกรรมการต่อต้านการทรมานในสมัยประชุมครั้งที่ ๑๒๓๙ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้มีข้อสังเกตเชิงสรุป
กรณีประเทศไทย โดยเห็นว่า ประเทศไทยควรด�ำเนินการยกเลิกค�ำแถลงตีความข้อบทที่ ๑ ข้อบทที่ ๔ และข้อบทที่ ๕ สอบสวนกรณีมี
การกระท�ำการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ฟ้องด�ำเนินคดีและลงโทษผู้ที่รับผิดชอบ ประกันไว้ในกฎหมายว่าไม่อาจอ้างพฤติการณ์
ใดเพื่อเป็นเหตุผลส�ำหรับการทรมาน ใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงอย่างจ�ำกัดและเท่าที่จ�ำเป็น ทบทวนการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ
ด้านความมั่นคง ใช้มาตรการทางกฎหมายและทางปฏิบัติเพื่อประกันว่าผู้ถูกคุมขังจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายขั้นพื้นฐาน (Legal
Safeguards) ก� ำ หนดให้ ก ารบั ง คั บ บุ ค คลให้ สู ญ หายเป็ น ความผิ ด ทางอาญา การเข้ า เป็ น ภาคี อ นุ สั ญ ญาระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ย
การคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ มีการสอบสวนเมื่อมีข้อกล่าวหาจะมีการทรมานหรือการปฏิบัติที่โหดร้าย
และด�ำเนินมาตรการยุติการคุกคามและท�ำร้ายนักพิทักษ์สิทธิมนุษยชน นักหนังสือพิมพ์และผู้น�ำชุมชน มีกรอบทางกฎหมายเพื่อแก้ไข
สถานการณ์ผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง ใช้มาตรการเพื่อแก้ไขสภาพแออัดในเรือนจ�ำ หลีกเลี่ยงการใช้โซ่ตรวนหรือใช้ภายใต้การดูแล
จากแพทย์ มีการตรวจเยี่ยมสถานคุมขังทุกประเภทโดยผู้ตรวจเยี��ยมที่เป็นอิสระ ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงต�ำรวจ เจ้าหน้าที่
เรือนจ�ำ ประกันว่าผู้เสียหายจะได้รับการชดใช้ค่าชดเชยที่เป็นธรรมและการบ�ำบัดฟื้นฟู
๒๒ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ohchr.org/EN/Countries/AsiaRegion/Pages/THIndex.aspx (เข้า ดู ณ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๙)
34
บทที่ ๓ สถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ทั้งนี้ ในสมัยประชุมที่ ๘๔ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน