การใช้กฎหมายต่าง ๆ รวมถึงค�ำสั่ง คสช. ทั้ง สิ้น ๕๐ ค�ำร้อง โดยครอบคลุมพื้นที่ ๓๐ จังหวัด และคิดเป็นจ�ำนวนที่ดินซึ่งมีการเรียกคืน หรืออยู่ ระหว่างการพิพาทเป็นพื้นที่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ไร่ (๒) การขาดความมั่นคงในสิทธิและสถานะบุคคล ทางกฎหมาย เนื่องจากความแตกต่างหลากหลาย ของกลุ ่ ม ชาติ พั น ธุ ์ จ� ำ นวนมาก การตั้ ง ถิ่ น ฐาน กระจายตามภู มิ ภ าคต่ า ง ๆ ซึ่ ง ในหลายพื้ น ที่ มี ค วามทั บ ซ้ อ นระหว่ า งพรมแดนของประเทศ นอกจากนั้น ในบางกลุ่มยังมีวิถีชีวิตเคลื่อนย้าย ท� ำ ให้ ก ารส� ำ รวจและก� ำ หนดสถานะบุ ค คลทาง กฎหมายท� ำ ได้ ล ่ า ช้ า ขาดความสมบู ร ณ์ และมี ความคลุมเครือในการลงบันทึกข้อมูล ทั้งนี้ พบว่า ยั ง มี ก ารด� ำ เนิ น การล่ า ช้ า และการเรี ย กรั บ ผล ประโยชน์จากการยื่นขอสถานะในบางพื้นที่ ในขณะ ที่ยังมีข ้อจ�ำกัดในทางปฏิ บัติ ใ นกรณี ข องบุ คคล ที่มีสถานะบุคคลทางกฎหมายแล้วแต่ยังไม่สามารถ เข้าถึงบริการพื้นฐานของรัฐ ทั้งการศึกษา และการ บริการด้านสุขภาพ รวมถึงเสรีภาพในการเดินทาง และ (๓) การขาดความมั่ น คงในการด� ำ รงชี วิ ต เนื่ อ งจากสภาพความยากจน การมี ข ้ อ จ� ำ กั ด เรื่ อ งที่ ดิ น ท� ำ กิ น และการขาดแคลนทรั พ ยากร สนับสนุน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม สู่ความทันสมัย ทัง้ นี้ กสม. ประเมินสถานการณ์ดา้ นกลุม่ ชาติพนั ธุ์ กลุม่ คนไร้รฐั และไร้สญ ั ชาติ เเละ ชนเผ่าพื้นเมืองโดยมีข้อเสนอหลัก ๆ ได้แก่ (๑) การพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพ ของกลไกในการพิสูจน์สถานะบุคคลทางกฎหมาย โดยสร้างความร่วมมือกับ ภาคประชาสังคมในการส�ำรวจ และแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการลงรายการ สัญชาติ หรือการพิสจู น์สถานะบุคคลทางกฎหมาย โดยการด�ำเนินการควบคูไ่ ปกับ การส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจส�ำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านการทะเบียนราษฎร รวมถึงการก�ำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของบุคคลในบางกลุม่ ทีไ่ ด้รบั การส�ำรวจและจัดท�ำทะเบียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและ สิทธิของบุคคล พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นการเพิ่มเติม รวมถึงการจัดหามาตรการในการ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่ได้รับผลจากบทบัญญัติในพระราชบัญญัติ สัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ มาตรา ๗ ทวิ (๒) การพัฒนา และ เพิม่ ประสิทธิภาพของกลไกในการพิสจู น์สทิ ธิในทีด่ นิ ทีท่ ำ� กิน และทีอ่ ยูอ่ าศัย ซึง่ มี ข้อพิพาท โดยสร้างความร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการส�ำรวจ และแก้ไขปัญหา ทัง้ นี้ ควรน�ำเนือ้ หา และแนวทางการปฏิบตั ติ ามข้อเสนอ และหลักการตามมติคณะ รัฐมนตรี “แนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล” เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ และ “แนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง” เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ มาปรับใช้ (๓) การก�ำหนดกรอบ และเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณาเรื่องผลกระทบต่อ ความมั่นคงของรัฐ และพิจารณาทบทวนให้ผู้ที่เป็นคนไทยโดยการแปลงสัญชาติ ซึ่ ง อาศั ย อยู ่ ใ นประเทศไทยมานานแล้ ว สามารถมี ส ่ ว นร่ ว มในการปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้ในบางกรณี (๔) การสนับสนุนกลุ่มเด็กที่มีปัญหาสถานะในการ เข้ า เรี ย นในสถานศึ ก ษา โดยการจั ด สรรงบประมาณและการพั ฒ นาต่ า งๆ ให้เพียงพอ และเหมาะส�� รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนารูปแบบการเรียน การสอนแบบพหุวัฒนธรรม/ภาษา (Mother Tongue-Based/Multi-Lingual Education) และการศึกษาในภาษาถิ่นเพื่อเป็นการประกันการเข้าถึงระบบ การศึกษาที่มีคุณภาพและมีความเกี่ยวข้อง และ (๕) การพิจารณา และให้ความ ส�ำคัญกับการก�ำหนดอัตลักษณ์ตวั ตนของกลุม่ ชาติพนั ธุ์ ชนเผ่า และชนเผ่าพืน้ เมือง โดยพิจารณารับรอง (ร่าง) พระราชบัญญัติสภาชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งพัฒนาและน�ำเสนอโดยเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง แห่งประเทศไทย และส�ำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ซึ่งได้ น�ำเสนอต่อรัฐบาลไปแล้ว แต่ยังมิได้บรรจุวาระการพิจารณาแต่อย่างใด 24 บทที่ ๒ ภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘

Выберите целевой абзац3