38
รายงานการศึกษาวิจัย
การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี
ในสวนที่เกี่ยวกับกฎหมายหลัก พบวา มีการขยายนิยามความหมายของการเลือกปฏิบัติ เพื่อขยาย
ความคุมครองครอบคลุมกลุมผูอาศัยอยูรวมกับเชื้อเอชไอวีในทุกมิติ กลาวคือ กลุมที่ติดเชื้อและเชื่อวาไดติดเชื้อ
เอชไอวีอันเนื่องมาจากเปนกลุมที่ถูกตีตราวาเปนกลุมเสี่ยงตอการติดเชื้อเอชไอวี อาทิ กลุมชายรักชาย เปนตน
ในบางประเทศที่ทําการศึกษา อาทิ เครือรัฐออสเตรเลีย ไดขยายความคุมครองไมใหมีการเลือกปฏิบัติตอสมาชิก
ในครอบครัวของผูที่อยูรวมกับเชื้อเอชไอวี จากการศึกษาพบวา กฎหมายของทั้ง 3 ประเทศที่ทําการศึกษา
ไดบัญญัติกรณีที่อาจมีการเลือกปฏิบัติตอกลุมผูที่อยูรวมกับเชื้อเอชไอวีในหลายกรณี อาทิ
- การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพ
- การเลือกปฏิบัติในการศึกษาและการฝกอบรม
- การเลือกปฏิบัติในการประกันสังคมและการประกันชีวิต
- การเลือกปฏิบัติในการไดรับการบริการทางสังคม บริการสุขภาพ
หรือแมแตการเลือกปฏิบัติตอการเขารวมเปนสมาชิกกลุมทางสังคม อาทิ สหภาพหรือสมาคมอื่น ๆ
อย า งไรก็ ดี ในกรณี ก ารเลื อ กปฏิ บั ติ ใ นการประกอบอาชี พ พบว า กฎหมายให ค วามสํ า คั ญ กั บ
ผูมีสวนไดสวนเสียจากการจางงาน ไดแก นายจาง ผูกระทําการแทนนายจาง อาทิ ตัวแทนนายจาง ผูเปนหุนสวน
บริ ษั ท จั ด หางาน เป น ผู มี บ ทบาทที่ สํ า คั ญ ในการขจั ด การเลื อ กปฏิ บั ติ ใ นการประกอบอาชี พ ทั้ ง ในช ว งก อ น
การจางงาน เชน การจัดหางาน การรับสมัครงาน การพิจารณาการจางงาน ในระหวางการจางงาน เชน การเลื่อน
ตําแหนง การโยกยายตําแหนงงาน การจัดการฝกอบรมหรือการพิจารณาใหผลประโยชนประการอื่น หรือการให
ออกจากงานเพราะเหตุอันเนื่องมาจากลูกจางเปนผูอยูรวมกับเชื้อเอชไอวี ดังนั้น โดยหลักการเลือกปฏิบัติในการ
ประกอบอาชีพเปนสิ่งตองหามและกระทําไมได และนายจางหรือผูกระทําการแทนนายจางจะตองมีการดําเนินการ
ปรับปรุงแกไขสภาพการทํางานใหเหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของลูกจางซึง่ เปนผูอ ยูร ว มกับเชือ้ เอชไอวี ซึง่ ในกรณีนี้
รัฐควรพิจารณามาตรการสงเสริมใหสถานประกอบการหรือนายจางดําเนินการดังกลาวผานมาตรการทางภาษี
หรือมาตรการเชิงบวก เชน ความรับผิดชอบทางสังคม เพื่อกระตุนใหสถานประกอบการดําเนินการดังกลาว
อยางไรก็ดี รัฐอาจพิจารณากําหนดขอยกเวน หากมีกรณีจําเปนอยางยิ่งที่อาจเกิดการเลือกปฏิบัติ
ในการประกอบอาชีพ อาทิ สาระสําคัญของงานไมอาจอนุญาตใหผูอยูรวมกับเชื้อเอชไอวีทํางานได แตทั้งนี้ควรจะ
ตองพิจารณาโดยการหารือรวมกับคณะกรรมการไตรภาคีเกี่ยวกับหลักเกณฑการพิจารณาสภาพการทํางานที่เปน
ขอยกเวนดังกลาว โดยใชความระมัดระวังในการพิจารณาเปนอยางยิ่ง
นอกจากการรับรองหลักการการไมเลือกปฏิบัติทั้งโดยทั่วไปและการประกอบอาชีพแลว พบวา
กฎหมายภายในของทั้ง 3 ประเทศยังใหความคุมครองกลุมผูอยูรวมกับเชื้อเอชไอวีในเรื่องสิทธิสวนบุคคลและการ
รักษาความลับ ซึ่งถือเปนหลักการสําคัญอยางยิ่ง กฎหมายในสาธารณรัฐฟลิปปนส กําหนดใหการตรวจหา
เชื้อเอชไอวีโดยปราศจา���ความยินยอม หรือการกําหนดใหมีการแจงเกี่ยวกับสถานภาพของการเปนผูอยูรวมกับ
เชื้อเอชไอวี เพื่อเปนเงื่อนไขในการรับสมัครเขาทํางาน ถือเปนการละเมิดสิทธิสวนบุคคล ซึ่งเปนความผิดอาญาและ
มีการกําหนดบทลงโทษอาญาที่ชัดเจนตอผูกระทําความผิด นอกจากนี้ การเปดเผยขอมูลเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพ
ของกลุมผูอยูรวมกับเชื้อเอชไอวีไมอาจกระทําได เวนแตจะไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น อยางไรก็ดี กฎหมาย
ควรมีบทบัญญัติเกี่ยวกับขอบเขตและวัตถุประสงคของการเปดเผยขอมูลสภาวะสุขภาพ ทั้งนี้ จะตองพิจารณาถึง
สถานการณและความจําเปนอยางยิ่ง