แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i ประกาศใชเมื่อ 1 ธันวาคม รศ. 116 ใหผูที่จะกานหรือตัดไมสักจะตองไดรับอนุญาตจากเจาหนาที่กอน ในสมัย รัชกาลที่ 6 ไดทรงตรา “พระราชบัญญัติรักษาปาพระพุทธศักราช 2456” ออกมาบังคับใชมีสาระสําคัญคือ กําหนดวิธีการทําไมเพื่อรักษาพรรณไมและสภาพของปาไวโดยมีขอหามมิใหถางปาดง หรือ ปาดิบทําไรขาว เปนอันขาด แตก็อนุญาตใหราษฎรตัดฟนเอาไมหวงหามชนิดที่ 2 (ไมมีราคามาก) และชนิดที่ 3 (ไมที่ไมสูมีราคา) ไปใชในการกุศล ใชปลูกสรางบานเรือน ใชในการกสิกรรม และใชในการจับสัตวนํ้าไดโดยไมตองเสียคาภาคหลวง ป พ.ศ. 2484 มี พ.ร.บ.ปาไม พุทธศักราช 2484 ออกมาใชบังคับโดยยกเลิกกฎหมายเกี่ยวกับปาไมที่เคยใช มาก อ นทั้ ง หมด และมี บ ทบั ญ ญั ติ ที่ สํ า คั ญ เกี่ ย วกั บ การทํ า ไม การเก็ บ หาของป า การเก็ บ ค า ภาคหลวงไม และของปา การแปรรูปไม และการแผวถางปา โดยบทบัญญัติในการทําไมในปานั้นใหทําไดในสองรูปแบบ คือการอนุญาต และสัมปทาน และระหวางป พ.ศ. 2515 - 2516 ไดมีการใหสัมปทานทําไมสักและไมกระยาเลย ระยะยาว มีกําหนด 30 ป ในพื้นที่ 301 ปา แตปาสัมปทานก็ถูกตัดฟนไมเกือบหมดทุกแหงในชวงเวลา 15 - 16 ป เทานั้น เหตุการณอุทกภัยที่บานกระทูน อําเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปลายป 2531 สงผลใหรัฐบาล ซึ่งมีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เปนนายกรัฐมนตรี ไดออกพระราชกําหนดยกเลิกสัมปทานทําไมปาบกทั้งหมด พระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484 ไดมีการแกไขเพิ่มเติมตอมาอีกหลายครั้ง สาระสําคัญเกี่ยวกับที่ดินทํากินก็คือ มาตรา 54 ซึ่งหามมิใหผูใดกอสราง แผวถาง หรือเผาปา หรือกระทําดวยประการใด ๆ อันเปนการทําลายปา หรือเข��ายึดถือครอบครองปาหากฝาฝนมีโทษทั้งจําทั้งปรับ บทบัญญัตนิ ไี้ มเปดโอกาสใหราษฎรไดเขาบุกรางถางปาเพือ่ เอาทีด่ นิ ทํากินไดอยางเสรีดงั ทีเ่ คยมีมาแตในสมัยโบราณ แตก็ไมสามารถยับยั้งการกระทําของราษฎรดังกลาวได โดยเฉพาะอยางยิ่งชวงพืชเศรษฐกิจ เชน มันสําปะหลัง และขาวโพดมีราคาดีในชวงเรงรัดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เปนเหตุใหปา ไมเปลีย่ นเปนพืน้ ทีเ่ กษตรกรรมอยางรวดเร็ว รัฐบาลจึงไดออกกฎหมายเพือ่ อนุรกั ษปา ไม และควบคุมการทําลายปาไมอกี 3 ฉบับ คือ (1) พ.ร.บ.สงวนและคุม ครอง สัตวปา พ.ศ. 2503 (2) พ.ร.บ. อุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 (3) พ.ร.บ. ปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 โดยมาตรา 4 พ.ร.บ.ปาไม พุทธศักราช 2484 ไดนิยามวา “ปา” หมายความวา ที่ดินที่ยังมิไดมีบุคคลไดมาตามกฎหมายที่ดิน ทําใหที่ดินของราษฎรและชุมชนจํานวนมากที่ไมมีกฎหมายรองรับกลายเปนพื้นที่ปาตามกฎหมาย สาระสําคัญของกฎหมายที่เกี่ยวของไดแก มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ (1) “ปา” หมายความวา ที่ดินที่ยังมิไดมีบุคคลไดมาตามกฎหมายที่ดิน (2) “ไม” หมายความวา ไมสักและไมอื่นทุกชนิดที่เปนตน เปนกอ เปนเถา รวมตลอดถึง ไมที่นําเขามาในราชอาณาจักร ไมไผทุกชนิด ปาลม หวาย ตลอดจนราก ปุม ตอ เศษ ปลาย และกิ่งของสิ่งนั้น ๆ ไมวาจะถูกตัดทอน เลื่อย ผา ถาก ขุด หรือกระทําโดยประการอื่นใด (3) “แปรรูป” หมายความวา การกระทําอยางใดอยางหนึ่งแกไม ดังนี้ คือ รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม” 77

Выберите целевой абзац3

Подключиться к абзацу
Connect to an entity
Disable highlights
Добавить в оглавление