แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i ชัยวัฒน วงศวัฒนศานต (2540 : 25 - 26) เสนอวาอาจจําแนกสาระสําคัญของหลักนิติธรรม ออกไดดังนี้ 1. การปฏิบัติตามกฎหมายทุกองคกรของรัฐ (Supremacy of Law) ไมวาจะเปนองคกรที่ใชอํานาจ ทางนิติบัญญัติทางบริหารหรือทางตุลาการ อันเปนเรื่องของการจัดกลไกการใชอํานาจรัฐ (Machinery of Government) โดยแตละองคกรจะมีขอบเขต ขอจํากัดของการใชอํานาจตาง ๆ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่แตกตางกัน และจะไมมีองคกรใดมีอํานาจเหนือกฎหมาย 2. หลักการแบงแยกอํานาจ (Separation of Power) หลักการแบงแยกอํานาจเปนหลักการเบื้องตน เพื่ อ มิ ใ ห อํ า นาจรวมอยู  ใ นบุ ค คลเดี ย วกั น จนเกิ ด การใช อํ า นาจโดยไม มี ก ารคานและดุ ล กั น อั น จะเป น การ เปดชองทางใหเกิดการใชอํานาจโดยมิชอบไดงาย 3. การมี ก ฎหมายที่ ดี (Good Law) อั น จะเกี่ ย วข อ งทั้ ง ในหลั ก เกณฑ ก ารจั ด ให มี ก ฎหมาย และสาระของกฎหมายในแงหลักเกณฑการจัดใหมีกฎหมายโดยทั่วไป เห็นตรงกันวา กฎหมายตองมีความชัดเจน (Clarity) เพื่อใหบุคคลเขาใจความหมายไดงายและสามารถปฏิบัติตนใหถูกตองตามกฎหมายไดหรือสามารถ ใชกฎหมายไดถูกตอง นอกจากนี้ กฎหมายจะตองมีความแนนอนมั่นคง (Certainty) การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย บอยเกินไปยอมจะกอใหเกิดความสับสนและทําใหประชาชนไมมั่นใจในสิทธิและหนาที่ของตน ทําใหไมอาจ วางแผนในชีวิตไดเหมาะสมตามควร ความแนนอนมั่นคงของกฎหมายนี้จะมีผลสืบเนื่องถึงสิทธิหนาที่ที่เกิดขึ้น ตามมาดวย หลักความมั่นคงแหงสิทธิ (Security of Right) ทําใหสมาชิกในสังคมทุกคนไดรับประโยชน และการปฏิบัติที่เปนธรรม ความเปนธรรมในสาระนี้จึงสะทอนถึงการคุมครองฝายที่ออนแอมิใหตองเสียเปรียบ หรือมิใหโอกาสโดยความเปนจริงทางเศรษฐกิจหรือสังคมสรางความเหลื่อมลํ้าแกผูที่มีโอกาสดอยกวาจนเกิด ความไมเปนธรรม แนวคิดที่จะใหบุคคลทุกคนมีความเทาเทียมกันในทางกฎหมายเศรษฐกิจและสังคมนั้น จึงยอมเปนวัตถุประสงคของกฎหมาย 4. การชอบดวยกฎหมายของการปกครอง (Administrative Legality) ในการปกครอง ฝายปกครอง จะไดรับมอบหมายในการใชบังคับกฎหมายเพื่อรักษาประโยชนมหาชนและประโยชนเอกชนและตองใชอํานาจนั้น ไดสอดคลองกับเจตนารมณของกฎหมาย การใดที่ทําไปไมถูกตองตามกฎหมายจะตองถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อให การเปนไปโดยชอบดวยกฎหมายหรือกอใหเกิดความรับผิดชอบเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นตอเอกชน ซึ่งในการนี้จะตองอยูในบังคับการตรวจสอบทางกฎหมายและการตรวจสอบทางการเมืองตามลักษณะที่เหมาะสม 5. ความรับผิดชอบของรัฐ (State Responsibility) ประชารัฐนั้นจัดตั้งเพื่อรักษาคุมครองสิทธิ เสรีภาพของเอกชน โดยเอกชนทุกคนตองเสียสละทรัพยสินอันเปนภาษีใหแกการดําเนินงานของรัฐและในกรณี ที่ จํ า เป น อาจถู ก เกณฑ แรงงานหรื อ ทรั พ ย สิ น อื่ น เพิ่ ม เติ ม ตามความจํ า เป น ของรั ฐ แต ก็ ยั ง ตั้ ง อยู  บ นพื้ น ฐาน ของความเท า เที ย มกั น ในความสามารถที่ จ ะเสี ย สละส ว นนี้ ไ ด มิ ใช ผู  ใ ดจะต อ งสู ญ เสี ย ประโยชน เ ฉพาะตน มากกวาผูอื่น ดังนั้น ในกรณีที่รัฐ (โดยเจาหนาที่) กอใหเอกชนคนใดเสียหายรัฐจะตองชดใชเยียวยาความเสียหาย ไปตามที่เปนธรรมในภาระที่อยูรว��กันเปนประชารัฐ 46 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

Выберите целевой абзац3