แหง
a i l aชาติ
N
nd
งา
สํานaักtio nal
Th
นค
ณ
ยชน
m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of
n
ssi
Hu
Rights C om m i
โดยคนรํ่ารวยซึ่งมีจํานวนนอย ขณะที่ประชาชนจํานวนมากยากจนไรที่ดินทํากิน หรือมีแตเปนจํานวนนอย
ไมพอตอการทํามาหากิน และระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2532) ซึ่งไดยกเลิก
ระเบียบที่เคยประกาศใชมารวมทั้งสิ้น 3 ฉบับ เพื่อแกไขใหสอดคลองกับบทบัญญัติของกฎหมาย อันสงผลใหมี
การเปลี่ยนแปลงหลักการที่สําคัญในการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินใหแกบุคคลที่ครอบครองและทําประโยชน
ในที่ดินภายหลังจากวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับและไมมีใบจองใบเหยียบยํ่า หรือหลักฐานวาเปนผูมีสิทธิ
ตามกฎหมายวาดวยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ ตามมาตรา 58 ทวิ วรรคสอง (3) แหงประมวลกฎหมายที่ดิน
ทําใหเปนการขยายโอกาสใหผูบุกรุกที่ดินของรัฐหรือผูที่เขาครอบครองทําประโยชนโดยไมชอบดวยกฎหมาย
มีสิทธิไดรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบวา มีใบจอง (น.ส.2) เปนจํานวนมากตกคางไมสามารถทําการเดินสํารวจออกโฉนด
ที่ดินได เนื่องจาก มีเงื่อนไขวาเมื่อไดรับใบจองแลวตองเขาทําประโยชนภายในหกเดือน นับแตวันไดรับใบจอง
และทําประโยชนใหแลวเสร็จภายใน 3 ป การทําประโยชนใหแลวเสร็จหมายถึง การทําประโยชนประมาณ
3 ใน 4 ส ว น ตามระเบี ย บคณะกรรมการจั ด ที่ ดิ น แห ง ชาติ พ.ศ. 2498 ใบจองเป น หนั ง สื อ แสดงการ
ยอมใหเขาครอบครองที่ดินชั่วคราว จึงมีปญหาในกรณีที่จะโอนที่ดินใหบุคคลอื่นในทางทะเบียนซึ่งจะกระทํา
ไดเฉพาะในกรณีที่ไดรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทําประโยชนในที่ดินดังกลาวแลวเทานั้น หากยังไมไดรับ
หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกลาว ก็ไมมีทางโอนที่ดินนั้นใหบุคคลอื่นทางทะเบียนไดและเมื่อศึกษาระเบียบ
ของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2532) โดยมีวัตถุประสงคหลายประการ แตประการสําคัญ
ไดแก การแกไขเพื่อใหสอดคลองกับบทบัญญัติของกฎหมาย เนื่องจากระเบียบเดิมมีการกําหนดที่เกินตัวบท
โดยเฉพาะมาตรา 58 ทวิ แห ง ประมวลกฎหมายที่ ดิ น อั น ส ง ผลให มี ก ารเปลี่ ย นแปลงหลั ก การที่ สํ า คั ญ
ในกรณี ก ารเดิ น สํ า รวจออกหนั ง สื อ แสดงสิ ท ธิ ใ นที่ ดิ น ให แ ก บุ ค คลที่ ค รอบครองและทํ า ประโยชน ใ นที่ ดิ น
ภายหลั ง จากวั น ที่ ป ระมวลกฎหมายที่ ดิ น ใช บั ง คั บ และไม มี ใ บจองฯ ตามมาตรา58 ทวิ วรรคสอง (3)
แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเดิมไดกําหนดใหเฉพาะบุคคลที่ครอบครองและทําประโยชนในที่ดินอยูกอน
วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2512 เทานั้น จึงจะมีสิทธินําพนักงานเจาหนาที่เดินสํารวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทําประโยชนได แตตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับที่ 12 มิไดมีการกําหนด
ระยะเวลาดังกลาวไวแตประการใด อันทําใหเปนการขยายโอกาสใหผูบุกรุกที่ดินของรัฐหรือผูที่เขาครอบครอง
ทําประโยชนโดยไมชอบดวยกฎหมายมีสิทธิไดรบั หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมากยิ่งขึ้น
2. ป ญ หาการเดิ น สํ า รวจออกโฉนดที่ ดิ น ในเขตปฏิ รู ป ที่ ดิ น เพื่ อ เกษตรกรรม ในการเดิ น สํ า รวจ
ออกโฉนดที่ดินของจังหวัดขอนแกน ปงบประมาณ พ.ศ. 2550 เจาหนาที่ไดปฏิเสธที่จะไมเขาดําเนินการ
ใหแกประชาชนที่มีที่ดินอยูในพื้นที่ดําเนินการของสํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เปนเหตุใหเจาของที่ดิน
จํานวน 51 ราย ฟองคดีตอศาลปกครองขอนแกน จากการศึกษาพบวา มาตรา 58 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน
ไดมีแกไขเพิ่มเติมหลายครั้ง เดิมเปนกรณีเดินสํารวจเฉพาะโฉนดที่ดินมิไดมีบทบัญญัติเกี่ยวกับเขตปาไมถาวร
อยางใด ทั้งนี้ เนื่องจากการดําเนินการเกี่ยวกับเขตปาไมถาวรไดเริ่มเมื่อป พ.ศ. 2504 อันเปนระยะเวลา
ภายหลังจากการประกาศใชบทบัญญัตินี้แลว แตเมื่อมีการแกไขเพิ่มเติมมาตรา 58 ในป พ.ศ. 2515 ไดขยาย
36
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”