พันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมอาเซียน Human Rights Obligations of the ASEAN Community เช่น ในข้อ ๑ (๓) ก�ำหนดวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งองค์กรสหประชาชาติว่าเป็นไป “เพื่อบรรลุความร่วมมือระหว่าง ประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และมนุษยธรรม และเพื่อส่งเสริมและผลักดันสิทธิมนุษยชน และสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยปราศจากการแบ่งแยกด้านเชื้อชาติ เพศ ภาษา และศาสนา” และในข้อ ๕๕ และ ข้อ ๕๖ ซึ่ง ก�ำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศทางเศรษฐกิจและสังคมโดยยึดความเคารพต่อหลักการแห่งสิทธิอนั เท่าเทียมกัน และการก�ำหนดเจตจ�ำนงของตนเองของประชาชนเป็นมูลฐาน ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนได้ถกู จ�ำแนก ออกเป็นประเภทต่าง ๆ ซึง่ ถูกระบุไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (Universal Declaration of Human Rights) ซึง่ ถือเป็นแม่บทของหลักการสิทธิมนุษยชนในปัจจุบนั โดยประเภทของสิทธิมนุษยชนในปฏิญญาดังกล่าว ได้แก่ สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (Civil and Political Rights) และสิทธิทางเศรษฐกิ�� สังคม และวัฒนธรรม (Economic, Social and Cultural Rights) แม้วา่ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติจะไม่มผี ลผูกพันทาง กฎหมายแก่ประเทศสมาชิก แต่ปฏิญญาดังกล่าวน�ำไปสูก่ ารร่างอนุสญ ั ญาด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอีกหลายฉบับ ในเวลาต่อมา แม้ว่านิยามของ “สิทธิมนุษยชน” จะไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจนในตราสารทั้งสองดังที่กล่าวมา แต่ได้มี การก�ำหนดนิยามของค�ำดังกล่าวไว้อย่างหลากหลาย เช่น • พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓ ระบุว่า “สิทธิมนุษยชน หมายถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลที่ ได้รับการรับรองหรือคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม” (ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒๕๔๒.) • ส�ำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights) ระบุว่า “สิทธิมนุษยชน หมายถึง สิทธิซึ่งถูกถ่ายทอดแก่มนุษย์ทุกคน โดยไม่ค�ำนึงถึงความแตกต่างด้าน สัญชาติ ที่พ�ำนัก เพศ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ สีผิว ศาสนา ภาษา หรือสถานะอื่น ๆ มนุษย์ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียมในสิทธิ ของตนโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติและแบ่งแยก โดยสิทธิเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง พึ่งพากัน และถ่ายโอนให้บุคคลอื่น มิได้”2 จากค�ำจ�ำกัดความข้างต้นสามารถสรุปได้ว่าสิทธิมนุษยชน คือ สิทธิขั้นพื้นฐานอันเกิดจากศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ที่ติดตัวบุคคลตลอดไป ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา หรือเขตปกครองใด ๆ สิทธิมนุษยชนยังเป็นสิ่งที่บุคคล แต่ละคนมีอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน และเป็นสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของแต่ละรัฐและในทาง ร���หว่างประเทศด้วย สิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงได้อย่างเท่าเทียมกันและปราศจากการเลือกปฏิบัติ (Equality and Nondiscrimination) หลักการไม่เลือกปฏิบัตินับเป็นหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน โดยตระหนักว่ามนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรี ในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น บุคคลจึงมีสิทธิพื้นฐานที่จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ สีผิว เพศสภาวะ อายุ ภาษา ศาสนา ความผิดปกติทางกายภาพ พื้นเพทางสังคม หรือสภาพอื่นๆ ที่แตกต่างจาก บุคคลอื่น ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล 2 From What are Human Rights, by the Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights (OHCHR). Retrieved from http://www.ohchr.org/EN/Issues/Pages/WhatareHumanRights.aspx ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 25

Выберите целевой абзац3