จังหวัดชายแดนภาคใต้ สตรีกลุม่ ชาติพนั ธุ์ สตรีและเด็กหญิงย้ายถิน่ ข้ามพรมแดน ผูต้ อ้ งขังสตรี สตรีพกิ าร สตรีในพุทธศาสนา
(กรณีภิกษุณี) สตรีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ กสม.
มีตอ่ รัฐบาล เช่น การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ เพือ่ มิให้มบี ทบัญญัตทิ ใี่ ห้ศาลอนุญาตให้เด็กชายอายุไม่เกิน ๑๘ ปี
ที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กหญิงอายุเกิน ๑๓ ปี แต่ต�่ำกว่า ๑๕ ปี โดยที่เด็กหญิงยินยอม สามารถแต่งงานกับเด็กหญิงได้
การเร่งปรับปรุงกลไกในการติดตามการพิจารณาคดีค้ามนุษย์และมีหน่วยงานตรงที่รับผิดชอบอย่างเป็นระบบมากขึ้น
เพือ่ สนับสนุนให้การบังคับคดีคา้ มนุษย์มปี ระสิทธิภาพยิง่ ขึน้ การใช้มาตรการพิเศษชัว่ คราวเพือ่ ก�ำหนดสัดส่วนให้แรงงานสตรี
มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกระดับ การพิจารณาและประยุกต์ใช้มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ ๑๓๒๕
(ค.ศ. ๒๐๐๐) เกีย่ วกับสตรี สันติภาพ และความมัน่ คง มาเป็นแนวทางในการปฏิบตั ติ ามความเหมาะสมในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดน
ภาคใต้ การสนับสนุนให้สตรีกลุ่มชาติพันธุ์มีการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริมความรู้ในการพัฒนาศักยภาพและ
ปกป้องสิทธิมนุษยชนของสตรี การพิจารณาปรับปรุงให้แรงงานสตรีและเด็กหญิงย้ายถิ่นสามารถเข้าถึงการท�ำงานที่ถูกต้อง
ตามกฎหมายเพือ่ ให้ได้รบั ความคุม้ ครองด้านแรงงานโดยปราศจากการเลือกปฏิบตั ิ การให้มมี าตรการจัดสถานทีเ่ ฉพาะให้ผตู้ อ้ งขัง
ที่ตั้งครรภ์จนกว่าจะคลอดและมีสถานเลี้ยงทารกนอกเรือนจ�ำเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กให้มีพัฒนาการทั้งร่างกายและจิตใจ
ทีเ่ หมาะสมตามวัย การก�ำหนดมาตรการเชิงรุกและด�ำเนินการป้องกันสตรีและเด็กหญิงพิการจากการถูกกระท�ำด้วยความรุนแรง
การพิจารณาทบทวนระเบียบต่าง ๆ ของหน่วยงานรัฐที่เลือกปฏิบัติจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพของภิกษุณีและสามเณรีในการ
นับถือศาสนา และการพิจารณาทบทวนกฎหมายต่าง ๆ รวมทัง้ นโยบายและแนวปฏิบตั ไิ ม่ให้มกี ารเลือกปฏิบตั ดิ ว้ ยเหตุแห่งเพศ
เพศภาวะ และเพศวิถี ทั้งนี้ คณะกรรมการประจ�ำอนุสัญญา CEDAW จะพิจารณารายงานของไทยในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐
ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส และจะมีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยเพื่อน�ำไปปฏิบัติต่อไป
๔) กสม. ได้ดำ� เนินงานเกีย่ วกับการส่งเสริมให้มกี ารปฏิบตั ติ ามพันธกรณีในสนธิสญ
ั ญาระหว่างประเทศทีไ่ ทยเป็นภาคี
โดยการให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องการปรับปรุง
แก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของสนธิสัญญาบางฉบับที่ส�ำคัญ ได้แก่ การให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุง
กฎหมายให้สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or
Degrading Treatment or Punishment – CAT) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการ
หายสาบสูญโดยถูกบังคับ (Convention on the Protection of All Persons from Enforced Disappearance – CED)
ซึง่ กสม. ได้สง่ เจ้าหน้าทีเ่ ข้าร่วมในคณะท�ำงานพิจารณาร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับ
บุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ มาเป็นระยะ ๆ และได้ให้
ข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ บนพื้นฐานของรายงานผลการพิจารณาเพื่อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุง
กฎหมายของ กสม. เรือ่ งการอนุวตั กิ ฎหมายไทยตามอนุสญ
ั ญา CAT และ CED รวมถึงพันธกรณี���ไี่ ทยต้องปฏิบตั ติ ามอนุสญ
ั ญา
CAT หรือพันธกรณีที่ไทยจะต้องปฏิบัติภายหลังจากการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CED แล้ว ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฯ
ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับหลักการและบทบัญญัติที่ส�ำคัญของอนุสัญญา CAT และ CED
เป็นส่วนใหญ่ เช่น กรณีอนุสัญญา CAT ร่างพระราชบัญญัติฯ รองรับพันธกรณีในเรื่องของนิยามการทรมาน และการกระท�ำ
หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย�่ำยีศักดิ์ศรี (ข้อ ๑ และ ๑๖) การห้ามการทรมานไม่ว่าในสถานการณ์พิเศษใด ๆ
(ข้อ ๒) การห้ามส่งบุคคลไปยังดินแดนที่อาจถูกทรมาน (ข้อ ๓) และการก�ำหนดให้การทรมานเป็นความผิดอาญา
และมีบทลงโทษที่เหมาะสม ในส่วนของอนุสัญญา CED ร่างพระราชบัญญัติฯ รองรับพันธกรณีในเรื่องของการห้ามบังคับ
บุคคลให้สูญหายไม่ว่าในสถานการณ์พิเศษใด ๆ (ข้อ ๑) การก�ำหนดนิยามการบังคับบุคคลให้สูญหาย (ข้อ ๒) การก�ำหนด
ให้เป็นความผิดอาญาและมีบทลงโทษและอายุความที่เหมาะสม (ข้อ ๔, ๗ และ ๘) และการก�ำหนดความรับผิดของผู้บังคับ
บัญชา (ข้อ ๖) ทัง้ นี้ สถานะของร่างพระราชบัญญัตฯิ เมือ่ เดือนกันยายน ๒๕๕๙ ได้ผา่ นการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้วและ
อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ทั้งนี้ เมื่อร่างพระราชบัญญัติฯ ผ่านการพิจารณาของ
คณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว จะเข้าสูก่ ารพิจารณาของสภานิตบิ ญั ญัตแิ ห่งชาติ (สนช.) และหากผ่านการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ
ดังกล่าวจะได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
84
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙