เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน การก่อการร้ายและความรุนแรงที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่าง
ยั่งยืน (SDGs) พร้อมนี้ที่ประชุมเห็นชอบที่จะมีการประชุมประจ�ำปี ครั้งที่ ๑๓ ของ SEANF ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๘ กันยายน
๒๕๕๙ ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา โดยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเมียนมาจะท�ำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
ก่อนส่งมอบให้ประเทศฟิลิปปินส์ต่อไป
๓) การประชุมสมัยพิเศษของ SEANF ว่าด้วยการจัดท�ำแผนยุทธศาสตร์ของ SEANF ระหว่างปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔
ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ ทีก่ รุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
กสม. ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมีสาระส�ำคัญ ได้แก่ การพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อร่าง
แผนยุทธศาสตร์ ๕ ปี ของ SEANF ระหว่างปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ซึง่ สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของอินโดนีเซีย (Komnas HAM) ได้ยกร่าง
และน�ำเสนอเข้าสูท่ ปี่ ระชุม TWG ของ SEANF ครัง้ ที่ ๑/๒๕๕๙ และครัง้ ที่ ๒/๒๕๕๙ เพือ่ พิจารณาในการประชุมเมือ่ เดือนมกราคม
๒๕๕๙ และมิถนุ ายน ๒๕๕๙ ตามล�ำดับ โดยมีประเด็นเพิม่ เติมทีส่ ำ� คัญ ได้แก่ สถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนในประเทศสมาชิก SEANF
๖ ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลปิ ปินส์ ไทย และติมอร์ เลสเต้ โดยในส่วนของไทยได้กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวม
ทีส่ ำ� คัญ ได้แก่ การเปลีย่ นแปลงทางการเมืองภายหลัง คสช. เข้าบริหารประเทศเมือ่ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ กระบวนการ
ยกร่างรัฐธรรมนูญ ผลการจัดท�ำประชามติเมือ่ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนทีส่ ำ� คัญใน
ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในประเด็นทีม่ คี วามเชือ่ มโยงกับยุทธศาสตร์ของ SEANF ได้แก่ ผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อม และความเป็นอยู่
ของประชาชนอันเนือ่ งมาจากนโยบายทีเ่ น้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมไปถึงสิทธิของประชาชนทีจ่ ะต้อง
ได้รบั ข่าวสารข้อมูล และการแสดงความคิดเห็นก่อนทีโ่ ครงการจะเริม่ ด�ำเนินการ เป็นต้น
นอกจากนี้ ทีป่ ระชุมยังได้รบั ทราบการรายงานสรุปผลการด�ำเนินงานล่าสุดจากผูแ้ ทนสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ของอินโดนีเซีย เกีย่ วกับการจัดตัง้ ส�ำนักงานเลขานุการถาวรของ SEANF เพือ่ ท�ำหน้าทีส่ นับสนุนการด�ำเนินงานของประเทศสมาชิก
รวมทัง้ เพือ่ รองรับการอนุวตั กิ ารตามแผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ของ SEANF โครงสร้าง (structure) ของส�ำนักงานเลขานุการ สมาชิก
คณะกรรมการ (board members) และขัน้ ตอน (roadmap) ทีจ่ ะน�ำไปสูก่ ารจัดตัง้ ส�ำนักงานเลขานุการถาวรดังกล่าว
๔) การประชุมประจ�ำปีของ SEANF ครัง้ ที่ ๑๓ ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙ ทีก่ รุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา
ประธาน กสม. และคณะได้เข้าร่วมการประชุมประจ�ำปี ครั้งที่ ๑๓ ของ SEANF ที่ประเทศเมียนมาตาม
ค�ำเชิญของประธานสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเมียนมา โดยการประชุมแบ่งออกเป็น ๒ ช่วง ช่วงแรก เป็นการสัมมนา
ภายใต้หัวข้อ ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับฝ่ายบริหาร (Executive) ฝ่ายนิติบัญญัติ (Legislature)
และฝ่ายตุลาการ (Judiciary) ในช่วงเช้าของวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๙ ซึ่งประธาน กสม. ได้รับเชิญให้เป็นผู้อภิปราย
(speaker) ในหัวข้อสถาบันสิทธิฯ กับฝ่ายตุลาการ โดยได้เน้นถึงการท�ำงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและศาลในการ
คุ้มครองสิทธิมนุษยชน เนื่องจากการพิจารณาคดีของศาลเป็นการท�ำให้บทบัญญัติในกฎหมายมีผลบังคับใช้ ท�ำให้ประชาชน
ที่ถูกละเมิดสิทธิได้รับความคุ้มครองและได้รับการชดเชยเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งท�ำให้ผู้ละเมิดได้รับโทษตามที่บัญญัติ
ไว้ในกฎหมาย ในขณะที่สถาบันสิทธิฯ ที่มีอ�ำนาจในการรับเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากบุคคลจะท�ำหน้าที่
คล้ายศาลในการวินิจฉัยว่าเป็นการละเมิดสิทธิเกิดขึ้นจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ หากพบว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
จะเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาไปยังหน่วยงานหรือบุคคลที่ท�ำการละเมิด แต่ข้อแตกต่างจากศาลคือ มาตรการแก้ไขของ
สถาบันสิทธิฯ โดยทัว่ ไปไม่มผี ลบังคับใช้ทางกฎหมายเหมือนค�ำพิพากษาหรือค�ำสัง่ ของศาล ทัง้ นี้ การด�ำเนินงานของสถาบันสิทธิฯ
ที่สัมพันธ์กับศาลสามารถกระท�ำได้โดยผ่านกระบวนการต่าง ๆ ดังนี้ (๑) การให้ความเห็นต่อคดีที่อยู่ในการพิจารณาคดี
ของศาล (๒) การเสนอเรื่องไปยังศาล (๓) การอาศัยอ�ำนาจตามกฎหมาย (คล้ายอ�ำนาจของศาล) ในการเรียกพยานหลักฐาน
ส�ำหรับการตรวจสอบเรือ่ งร้องเรียน (๔) การช่วยเหลือให้บคุ คลเข้าถึงความยุตธิ รรมอย่างเท่าเทียม และ (๕) การส่งเสริมความรู้
ด้านสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรในฝ่ายตุลาการ
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
76
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙