ส�ำนักงานศาลยุติธรรม ส�ำนักงานอัยการสูงสุด และส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๙ โดยที่ประชุม
พิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายทีบ่ งั คับอยูใ่ นปัจจุบนั มีการด�ำเนินการเกีย่ วกับการพิมพ์ลายนิว้ มือและการคุม้ ครองสิทธิของผูต้ อ้ งหา
ในคดีอาญาที่ครอบคลุมแล้ว ทั้งในส่วนของการก�ำหนดหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระท�ำความผิดทางอาญาพิมพ์ลายนิ้วมือ
และก�ำหนดหน้าที่ออกค�ำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระท�ำความผิดทางอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ
ประกาศคณะปฏิรปู การปกครองฯ ฉบับที่ ๒๕ สามารถน�ำมาบังคับใช้ได้โดยไม่มคี วามขัดแย้งกัน ทัง้ นี้ หากผูถ้ กู กล่าวหาขัดขืน
ไม่พมิ พ์ลายมือต้องได้รบั โทษทางอาญาก�ำหนดระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกินหนึง่ พันบาทหรือทัง้ จ�ำทัง้ ปรับ
ซึ่งเป็นผลร้ายต่อผู้ถูกกล่าวหามากกว่าการพิมพ์ลายนิ้วมือ ที่ประชุมจึงมีความเห็นสอดคล้องกันว่า การปรับปรุงกฎหมาย
ตามข้อเสนอเพือ่ ให้เจ้าพนักงานมีอำ� นาจบังคับผูต้ อ้ งหาจะท�ำให้กฎหมายมีสภาพบังคับมากเกินไป โดยเป็นกรณีทกี่ ระทบสิทธิ
ในกระบวนการยุติธรรมของบุคคล จึงไม่มีความจ�ำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายในขณะนี้
(๒.๒) ส�ำนักงานอัยการสูงสุดเห็นว่า ในปัจจุบันกฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการด�ำเนินการให้ได้มาซึ่งลายพิมพ์
นิ้วมือเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อรู้ตัวผู้กระท�ำความผิดพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์
การก�ำหนดอ�ำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานให้สามารถออกค�ำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระท�ำความผิดทางอาญาพิมพ์ลายนิ้วมือ
รวมทั้งการก�ำหนดโทษทางอาญาในกรณีฝ่าฝืนค�ำสั่งที่ครอบคลุมแล้ว ในขณะนี้จึงยังไม่มีความจ�ำเป็นปรับปรุงกฎหมายตาม
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายหรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายในประเด็นดังกล่าว
(๒.๓) ส� ำ นั ก งานศาลยุ ติ ธ รรมพิ จ ารณาแล้ ว เห็ น ชอบด้ ว ยกั บ รายงานผลการพิ จ ารณาตามข้ อ เสนอแนะ
เชิงนโยบายหรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายเพือ่ ส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนในประเด็นทีเ่ กีย่ วข้องกับประกาศ
คณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับที่ ๒๕ เรื่องการด�ำเนินการเกี่ยวกับการยุติธรรมทางอาญาตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ
(๒.๔) ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาแล้วเห็นว่า ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับที่ ๒๕ เรื่อง
การด�ำเนินการเกี่ยวกับการยุติธรรมทางอาญาว่าด้วยการยุติธรรมทางคดีอาญาเป็นกฎหมายเฉพาะที่ก�ำหนดให้ผู้ต้องหา
มีหน้าทีต่ อ้ งพิมพ์ลายนิว้ มือ ลายมือหรือลายเท้า ตามค�ำสัง่ ของพนักงานอัยการ ผูว้ า่ คดี หรือพนักงานสอบสวน และก�ำหนดโทษ
ฝ่าฝืนค�ำสัง่ เจ้าพนักงานดังกล่าวไว้ ประกอบกับมาตรา ๑๓๒ (๑) แห่งประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญาได้บญ
ั ญัตใิ ห้
พนักงานสอบสวนมีอำ� นาจในการพิมพ์ลายนิว้ มือ ลายมือ ลายเท้า กับให้บนั ทึกรายละเอียดทัง้ หลาย น่าจะกระท�ำให้คดีกระจ่างขึน้
ดังนั้น จึงเห็นว่าบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวได้บัญญัติครอบคลุมเรื่องการด�ำเนินการเกี่ยวกับการพิมพ์ลายนิ้วมือและ
การคุม้ ครองสิทธิของผูต้ อ้ งขังไว้ชดั เจนแล้ว จึงไม่มคี วามจ�ำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายเกีย่ วกับการพิมพ์ลายนิว้ มือเพือ่ เพิม่ อ�ำนาจ
เจ้าพนักงานแต่ประการใด ซึ่งสอดคล้องกับผลการพิจารณาและมติที่ประชุมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของข้อเสนอแนะ
เชิงนโยบายหรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๙
๓.๒ งานด้านการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย และกฎ
กสม. ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระท�ำหรือละเลยการกระท�ำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ
มีข้อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จ�ำนวน ๔๐ เรื่อง รายละเอียดตามตารางที่ ๖
ตารางที่ ๖ รายละเอียดการเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย และกฎในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
ที่
ประเภทสิทธิ
๑
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
๒
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
เรื่อง
กรณีร้องเรียนว่าผู้ต้องขังป่วย แต่ยังไม่ได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิ
ขั้นพื้นฐาน
กรณีผู้ต้องหาในคดีความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ขอความช่วยเหลือให้
ได้รับสิทธิตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน
ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
40
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙