การด�ำเนินการของ กสม.
กสม. พิจารณาค�ำร้องแล้วเห็นว่า การก�ำหนดและประกาศนโยบายในการท�ำสงครามขั้นแตกหักกับยาเสพติด
ในสมัยพันต�ำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และการทีห่ น่วยงานและเจ้าหน้าทีร่ ฐั น�ำนโยบายดังกล่าวไปสูก่ ารปฏิบตั ิ
ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนหรือไม่ อย่างไร ซึ่ง กสม. ตรวจสอบแล้วเห็นว่า การที่พันต�ำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายท�ำสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดเมื่อปี ๒๕๔๖ ถือได้ว่าเป็นการก�ำหนดนโยบาย
ของผู้บริหารประเทศ ซึ่งเป็นการจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ปฏิบัติหน้าที่เข้าใจว่ามีอ�ำนาจที่จะจัดการทุกรูปแบบแม้แต่การ
ใช้ความรุนแรงเพื่อให้ปัญหายาเสพติดหมดสิ้นไป และหากผู้ปฏิบัติไม่สามารถด�ำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายได้ ย่อมต้อง
ได้รบั ผลกระทบต่อต�ำแหน่งหน้าทีร่ าชการ อันน�ำมาซึง่ เหตุการณ์ทเี่ จ้าหน้าทีข่ องรัฐได้นำ� นโยบายดังกล่าวไปปฏิบตั ติ อ่ ประชาชน
เกินสมควรแก่เหตุ จนเกิดความเสียหายต่อชีวติ ร่างกาย และทรัพย์สนิ ของประชาชนเป็นจ�ำนวนมาก ซึง่ ความสูญเสียดังกล่าว
ถือเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตและเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้ อันเป็นการละเมิด
สิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นเป็นวงกว้างอย่างเป็นระบบเข้าข่ายการกระท�ำที่เป็น “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”
ตามธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วย ศาลอาญาระหว่างประเทศ อีกทั้งการใช้ความรุนแรงในลักษณะดังกล่าวโดยไม่มีการน�ำเข้าสู่
กระบวนการยุติธรรม มิได้มีการเปิดเผยความจริง ผู้กระท�ำไม่ต้องรับผิดชอบ และปราศจากการแก้ไขเยียวยาจากภาครัฐ
อย่างจริงจัง เป็นสาเหตุสำ� คัญประการหนึง่ ของความแตกแยกของคนในชาติ สมควรทีร่ ฐั บาลและหน่วยงานของรัฐทีเ่ กีย่ วข้อง
จะต้องด�ำเนินการเพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกรณีต่าง ๆ จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการ
ปรับปรุงกฎหมายไปยังคณะรัฐมนตรี ดังนี้
ผลการดำ�เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
ประเด็นค�ำร้อง
ผู้ร้องจ�ำนวนมากได้ร้องเรียนต่อ กสม. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีกล่าวอ้างว่า ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย
ความเสียหายจากการถูกยึดและอายัดทรัพย์สิน ความเสียหายต่อเสรีภาพ เช่น ถูกอุ้มหายตัวไป หายสาบสูญ เป็นต้น รวมทั้ง
ความเสียหายต่อเกียรติยศชือ่ เสียงของครอบครัว อันเนือ่ งมาจากการด�ำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติดในสมัยพันต�ำรวจโท
ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
บทที่
ข้อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย
๓
(๑) คณะรัฐมนตรีโดยหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง สมควรด�ำเนินการเพือ่ คืนความเป็นธรรมให้แก่ผเู้ สียหายและครอบครัว
หรือญาติของผู้เสียหาย มีแนวทางด�ำเนินการ ๓ ประการ ได้แก่ (๑) การท�ำความจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ปรากฏ
(๒) การเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัว และ (๓) การน�ำตัวผู้กระท�ำความผิดมาลงโทษ ได้แก่ เสนอผล
การตรวจสอบกรณีนี้ให้ ป.ป.ช. ด�ำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงตามอ�ำนาจหน้าที่ โดยรื้อฟื้นก��รสอบสวนคดีที่เกิดขึ้นพิจารณา
ความเป็นไปได้ในการเสนอเรื่องดังกล่าวไปสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court)
(๒) คณะรัฐมนตรีโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรัฐสภา ควรด�ำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองสิทธิของ
ผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐ และเพื่อป้องกันมิให้เกิดนโยบายที่อาจเปิดโอกาสให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
หรือเป็นสาเหตุของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีกในอนาคต ได้แก่ การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่
เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมซึ่ง
เป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติเพื่อปรับปรุงระบบการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนในคดีเกี่ยวกับการกระท�ำอันเป็น
การละเมิดสิทธิมนุษยชน การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จ�ำเลยใน
คดีอาญา การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผูก้ ระท�ำความผิดเกีย่ วกับยาเสพติด และการฝึกอบรม
เจ้าหน้าที่ที่ท�ำหน้าที่ดูแลป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้มีความเข้าใจและมีจิตส�ำนึกที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน
(๓) คณะรัฐมนตรีโดยหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง และรัฐสภา ควรด�ำเนินการเพือ่ พัฒนามาตรฐานการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน
จากการกระท�ำของเจ้าหน้าทีข่ องรัฐ ได้แก่ พิจารณาด�ำเนินการให้สตั ยาบันธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ
การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยการถูกบังคับโดยเร็ว
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
37
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙