ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
(๑) บริษทั อ. สมควรพิจารณาด�ำเนินการชดเชยและเยียวยาความเสียหายทีเ่ กิดขึน้ ต่อชาวบ้านทีไ่ ด้รบั ผลกระทบ
จากการด�ำเนินโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ทัง้ ชาวบ้านทีอ่ ยูใ่ นเขตพืน้ ทีแ่ ละชาวบ้านทีอ่ ยูน่ อกพืน้ ทีแ่ ต่ได้รบั ผลกระทบ
จากการด�ำเนินการ โดยให้ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาด�ำเนินการชดเชยเยียวยาของบริษัทฯ
ในทุกขั้นตอน จนกระทั่งผู้ได้รับผลกระทบได้รับการชดเชยเยียวยาแล้วเสร็จอย่างเป็นธรรม
(๒) คณะรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอืน่ ทีเ่ กีย่ วข้อง ควรจัดตัง้ กลไกหรือ
ก�ำหนดภารกิจการก�ำกับดูแลการลงทุนในต่างประเทศของผูล้ งทุนสัญชาติไทยให้เคารพต่อหลักการพืน้ ฐานด้านสิทธิมนุษยชน
โดยน�ำหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน : การปฏิบัติตามกรอบการคุ้มครอง เคารพ เยียวยา
(United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights : Implementing the Protect, Respect,
Remedy Framework (2554)) มาเป็นกรอบในการด�ำเนินการ
ผลการดำ�เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
ผลการด�ำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๑) ส�ำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือที่ นร ๐๕๐๓/๒๗๕๘ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๙ แจ้งว่า
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๙ รับทราบผลการพิจารณาค�ำร้องเพื่อเสนอแนะเชิงนโยบาย เรื่อง
สิทธิชุมชน กรณีโครงการท่าเรือน�้ำลึกและเขตเศรษฐกิจทวายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาที่ประเทศไทยร่วมลงนาม
ในบันทึกข้อตกลงในการพัฒนา ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวทวายและมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงาน
หลักรับไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เพือ่ พิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอดังกล่าว และสรุปผล
การพิจารณาหรือผลการด�ำเนินการกรณีดังกล่าวในภาพรวม
(๒) ส�ำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือที่ นร ๐๕๐๓/๑๗๕๑๓ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙ แจ้งว่า
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙ รับทราบผลการด�ำเนินการตามรายงานผลการพิจารณาค�ำร้อง
เพือ่ เสนอแนะนโยบาย เรือ่ ง สิทธิชมุ ชน กรณีโครงการท่าเรือน�ำ้ ลึกและเขตเศรษฐกิจทวายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ที่ประเทศไทยร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงในการพัฒนา ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวทวาย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ
ได้เสนอรายงานผลการด�ำเนินการตามข้อเสนอของ กสม. โดยสรุปสาระส�ำคัญ ได้ดังนี้
่
กระทรวงการต่างประเทศได้จัดการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันพิจารณาข้อเสนอ บทที
๓
ของ กสม. เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ กระทรวงยุตธิ รรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ส�ำนักงานความร่วมมือ
พัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) คณะกรรมการก�ำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ประชุม
มีความเห็นโดยสรุป คือ
(๒.๑) กรณีโครงการท่าเรือน�้ำลึกและเขตเศรษฐกิจทวาย ร่างขอบเขตงาน (TOR) ของสัญญาหรือข้อตกลง
ที่จะมีขึ้นในอนาคตส�ำหรับโครงการทั้งหมดระบุว่า ให้ด�ำเนินการตามแผนการย้ายคนออกจากพื้นที่และการให้ค่าชดเชย
อย่างเป็นระบบมากขึ้นตามมาตรฐานระหว่างประเทศ โดยรัฐของประเทศเจ้าบ้าน (เมียนมา) คือ ผู้ด�ำเนินการจัดสรรให้
เงินชดเชยและสร้างที่อยู่ใหม่ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเอกชนผู้ที่ได้รับสัมปทานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย นอกจากนี้
รัฐบาลไทยโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศได้ด�ำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนในพื้นที่
(๒.๒) มติที่ประชุมสนับสนุนในหลักการตามข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของ กสม. ที่เสนอให้มีกลไกก�ำกับ
ดูแลหรือสนับสนุนภาคเอกชนให้เคารพต่อหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน โดยรัฐควรมีหน้าที่ส่งเสริมให้เอกชนมี
ความรับผิดชอบต่อสังคมในการลงทุนทั้งไทยและการลงทุนของผู้ลงทุนสัญชาติไทยในต่างประเทศ
(๒.๓) ปัจจุบันประเทศไทยมีการปฏิบัติที่สอดคล้องและส่งเสริมหลักการแห่งสหประชาชาติด้านธุรกิจและ
สิทธิมนุษยชน : การปฏิบัติตามกรอบการคุ้มครอง เคารพ เยียวยา เช่น ยุทธศาสตร์การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของ
ภาคธุรกิจ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๐) จัดท�ำโดยคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ การก�ำหนดให้
บริษทั ทีจ่ ดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุสาระเกีย่ วกับสิทธิมนุษยชนในรายงานประจ�ำปี พระราชบัญญัติ
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
31
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙