ผลการด�ำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๑) กรมควบคุมมลพิษมีหนังสือที่ ทส ๐๓๐๗/๒๕๙๒ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๙ แจ้งว่า ได้ตดิ ตามผลการด�ำเนินการ อย่างต่อเนื่อง และการรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) ได้ก�ำหนดแนวทาง ในการป้องกันปัญหาเสียงโฆษณาดังรบกวนผูใ้ ช้บริการภายในห้องโดยสารรถไฟฟ้า โดยก�ำหนดค่าระดับเสียงของจอมอนิเตอร์ ไว้ไม่เกิน ๗๐ เดซิเบลเอ ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานภายในห้องโดยสารรถไฟฟ้า และได้ด�ำเนินการตรวจวัดระดับเสียงบริเวณห้อง ผูโ้ ดยสารภายในรถไฟฟ้าเป็นประจ�ำทุกปี โดยผลการตรวจวัดระดับเสียงโฆษณาอยูใ่ นเกณฑ์มาตรฐาน และจะน�ำประเด็นดังกล่าว เป็นปัจจัยในการส�ำรวจความพึงพอใจต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการก�ำกับติดตามป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางเสียงใน ห้องโดยสารรถไฟฟ้าและบริเวณสถานีรบั ส่งผูโ้ ดยสาร กรมควบคุมมลพิษ จึงมีหนังสือประสานความร่วมมือการรถไฟฟ้าขนส่ง มวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อท�ำการตรวจวัดความดังอย่างสม�่ำเสมอพร้อมทั้งรายงานให้สาธารณชนทราบ (๒) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้ส่งเอกสารเพิ่มเติม และได้มีหนังสือที่ รฟม ๐๑๐/๑/๑๘ ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๙ ถึงบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) ผู้รับผิดชอบการเดินรถ ให้น�ำส่งผลการตรวจวัด ระดับเสียงในห้องโดยสารรถไฟฟ้าและบริเวณสถานีรบั ส่งผูโ้ ดยสาร พร้อมทัง้ เผยแพร่ให้สาธารณชนได้ทราบ อีกทัง้ ขอให้เพิม่ หัวข้อการส�ำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการแล้ว รายงานฯ ที่ ๑๒๒๐/๒๕๕๘ เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีโครงการท่าเรือน�้ำลึกและเขตเศรษฐกิจทวาย ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาที่ประเทศไทยร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงในการพัฒนา ละเมิด สิทธิมนุษยชนต่อชาวทวาย ประเด็นค�ำร้อง กสม. ได้รับค�ำร้องเรียนจากมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ เสมสิกขาลัย และสมาคมพัฒนาทวายว่า เมื่อปี ๒๕๕๑ บริษัท อ. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับการท่าเรือของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในการพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจ พิเศษทวายในประเทศเมียนมา ต่อมา ปี ๒๕๕๕ โครงการดังกล่าวได้เปลีย่ นสถานะเป็นโครงการระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาล เมียนมา ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น ท่าเรือน�้ำลึก โรงกลั่น น�ำ้ มัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงไฟฟ้าถ่านหิน เขือ่ นกักเก็บน�ำ ้ เพือ่ ใช้ในเขตนิคมอุตสาหกรรม และการสร้างถนนเชือ่ มต่อกับ ประเทศไทย ซึง่ การด�ำเนินโครงการเหล่านีส้ ง่ ผลกระทบต่อวิถชี วี ติ และก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนในพืน้ ที่ การด�ำเนินการของ กสม. กสม. พิจารณาค�ำร้องแล้วเห็นว่า บริษัท อ. ได้เข้าไปด�ำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจทวายในพื้นที่ เมืองทวาย ซึง่ เป็นเมืองหลวงของแคว้นตะนาวศรี ตัง้ อยูท่ างตอนใต้ของประเทศเมียนมา โดยได้ดำ� เนินการก่อส���้างโครงสร้าง พื้นฐานก่อให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนเมียนมา โดยไม่มีการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาที่มีมาตรฐานและ เป็นธรรม ทั้งยังท�ำให้ประชาชนต้องสูญเสียที่อยู่อาศัย ที่ดินท�ำกิน และวิถีชีวิตถูกเปลี่ยนแปลงไป โดยการด�ำเนินการดังกล่าว ไม่มกี ารศึกษาผลกระทบด้านสิง่ แวดล้อมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ การด�ำเนินการของบริษทั อ. เป็นการกระท�ำทีเ่ ข้าข่าย การละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนเมียนมา ทัง้ ยังปรากฏว่า รัฐบาลเมียนมาและรัฐบาลไทยมีขอ้ ตกลงและสนับสนุนการ ด�ำเนินโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายต่อไป กสม. จึงเห็นควรเสนอแนะนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการชี้แนะแห่ง สหประชาชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน : การปฏิบัติตามกรอบการคุ้มครอง เคารพ เยียวยา (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights : Implementing the Protect, Respect, Remedy Framework (2554)) และป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไป ดังนี้ รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 30 ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙

Select target paragraph3