95 รายงานผลการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒ 1. รัฐบาลควรให้ความส�ำคัญกับกระบวนการแปลงแผนฯ ไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง ความเข้ า ใจแก่ ห น่ ว ยงานที่ มี ห น้ า ที่ รั บ ผิ ด ชอบการด� ำ เนิ น การตามแผนฯ การก� ำ หนดแนวทางบู ร ณาการ การท�ำงานระหว่างหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องและระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชน ตลอดจนกระบวนการติดตาม ความก้าวหน้าในการด�ำเนินการเป็นระยะอย่างสม�่ำเสมอ นอกจากนี้ ควรมีการก�ำหนดตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์หรือ เป้าหมายที่ต้องการบรรลุในประเด็นหลักแต่ละด้านในช่วง 4 ปีของแผนฯ นอกเหนือจากตัวชี้วัดในแต่ละกิจกรรม ซึ่งเป็นเพียงตัวชี้วัดระดับผลผลิตซึ่งยังไม่สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของกิจกรรมต่อการแก้ไขปัญหา 2. รัฐบาลควรให้รฐั วิสาหกิจเป็นแบบอย่างในการน�ำหลักการ UNGPs ไปใช้ในการประกอบธุรกิจ รวมถึงการ ท�ำการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบ ต่อประชาชนในพืน้ ที่ และการจัดให้มชี อ่ งทางการเยียวยาแก่ผไู้ ด้รบั ผลกระทบทีป่ ระชาชนเข้าถึงได้ โดยอาจก�ำหนด เป็นแนวปฏิบัติเพิ่มเติมไว้ในหลักการและแนวทางการก�ำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 3. รัฐบาลควรมีการเผยแพร่แผนปฏิ���ตั กิ ารระดับชาติฯ ให้ภาคประชาสังคมและภาคประชาชนในฐานะเป็นผูท้ ี่ อาจได้รบั ผลกระทบจากการประกอบธุรกิจ ได้รบั ทราบและเข้าใจถึงความส�ำคัญของแผนฯ และส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมติดตามความก้าวหน้าหรืออุปสรรคในการด�ำเนินการตามแผนฯ ผ่านกระบวนการสื่อสารเป็นระยะ ๆ บทที่ การประเมินสถานการณ์ สิทธิด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม 3

Select target paragraph3