81
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
ขัน้ อุดมศึกษาได้เท่าเทียมกันบนพืน้ ฐานของความสามารถ ตลอดจนมีการพัฒนาระบบโรงเรียนทุกระดับ นอกจากนี้
สิทธิดังกล่าวยังได้รับการรับรองไว้ในอนุสัญญา CRC ข้อ 28 ซึ่งได้ก�ำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก
เพิ่มเติมด้วยว่า รัฐพึงมีมาตรการสนับสนุนการเข้าเรียนอย่างสม�่ำเสมอ ลดอัตราการออกจากโรงเรียนกลางคัน และ
มีมาตรการประกันว่าระเบียบวินัยของโรงเรียนพึงสอดคล้องกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็กและสอดคล้องกับ
หลักการและบทบัญญัติของอนุสัญญาฯ
สิทธิด้านการศึกษาได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ มาตรา 54 ที่บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่ด�ำเนินการให้เด็ก
ทุกคนได้รบั การศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตัง้ แต่กอ่ นวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคณ
ุ ภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จา่ ย
ให้เด็กเล็กได้รับการดูแลพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา ให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ
และส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล�้ำ
ในการศึกษาและเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู และในมาตรา 258 จ. ทีก่ ำ� หนดให้มกี ารปฏิรปู
ประเทศด้านการศึกษา รวมถึงการด�ำเนินการให้เด็กเล็กได้รบั การพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามมาตรา 54 วรรคสอง
การตรากฎหมายเพือ่ จัดตัง้ กองทุนตามมาตรา 54 วรรคหก ภายใน 1 ปี มีกลไกและระบบผลิต พัฒนาครู และอาจารย์
และปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ
ในรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2561 กสม. ได้มีข้อเสนอแนะ
ในท�ำนองเดียวกัน กล่าวคือ รัฐควรด�ำเนินการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา
ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง รวมถึงเด็กก่อนวัยเรียน เด็กมัธยมศึกษาตอนปลาย เด็กด้อยโอกาสทางสังคมเด็กที่ออกจาก
โรงเรียนกลางคัน พัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยอบรมและพัฒนาครู จัดการศึกษาที่มุ่งพัฒนาบุคลิกภาพ ความถนัด
ความสามารถทางร่างกายและจิตใจ ตลอดจนมีการติดตามการปฏิรูปการศึกษา
ในปี 2562 รัฐบาลได้ด�ำเนินการส่งเสริมสิทธิด้านการศึกษาต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาตามแผนแม่บทภายใต้
ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 และเรื่องการศึกษาอยู่ในประเด็นที่ 11 ว่าด้วยการพัฒนาศักยภาพคนตลอด
ช่วงชีวิต แบ่งเป็นช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย ช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น วัยแรงงาน และวัยผู้สูงอายุ และประเด็นที่
12 ว่าด้วยการพัฒนาการเรียนรู้ ได้แก่ การศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีสถานการณ์
ทีเ่ กีย่ วข้อง การด�ำเนินการของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการส่งเสริมและคุม้ ครอง
สิทธิดังกล่าว ดังนี้
3.3.1 การศึกษาของเด็กปฐมวัย
ในช่วงก่อนการจัดท�ำรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบนั มีขอ้ มูลบ่งชีว้ า่ เด็กปฐมวัยของไทยกว่าร้อยละ 30
มีพัฒนาการล่าช้ากว่ามาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ท�ำให้เด็กไทยมีปัญหาในการเรียนรู้และการศึกษา เช่น
บทที่
3
การประเมินสถานการณ์
สิทธิด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
คณะกรรมการประจ�ำกติกา ICESCR ได้มขี อ้ สังเกตต่อการเสนอรายงานการปฏิบตั ติ ามกติกาฯ ของประเทศไทย
เมือ่ เดือนมิถนุ ายน 2558 ในส่วนสิทธิดา้ นการศึกษาว่า รัฐควรด�ำเนินการเพือ่ ประกันว่าเด็กทุกคนในราชอาณาจักร
จะเข้าถึงการศึกษาระดับประถม ศึกษาสาเหตุของการออกจากโรงเรียนกลางคัน ปรับปรุงคุณภาพการศึกษา รวมถึง
การฝึกอบรมครู สอดคล้องกับข้อสังเกตของคณะกรรมการประจ�ำอนุสญ
ั ญา CRC ต่อการเสนอรายงานการปฏิบตั ติ าม
อนุสญ
ั ญาฯ ของประเทศไทยเมือ่ เดือนกุมภาพันธ์ 2555 ทีเ่ ห็นว่า รัฐพึงมีนโยบายหรือมาตรการทีป่ ระกันว่าเด็กทุกคน
นับแต่แรกเกิดถึงวัยเรียนจะเข้าถึงโปรแกรมการพัฒนาเด็กเล็กแบบองค์รวม (Holistic Early Childhood Development:
ECD) มีมาตรการให้เด็กวัย 6 - 11 ปีที่อยู่นอกโรงเรียนได้มีโอกาสทางการศึกษา ศึกษาสาเหตุของการออกจาก
โรงเรียนกลางคัน รวมทั้งมีมาตรการที่ชัดเจนในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา