46
ทาให้ชุมชนของชนพื้นเมืองดั้งเดิมต้องตกอยู่ภายใต้ อานาจของผู้ล่าอาณานิค ม ดังนั้น กฎหมายระหว่างประเทศ
จึงต้องมีบทบาทเข้ามาคุ้มครองสิ ทธิอัน มีอยู่แต่ เดิ มของชนพื้น เมื องดั้ งเดิ มให้ยั งคงอยู่ ได้รับการเคารพ คุ้มครอง
โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง สิ ท ธิ ใ นการปกครองตนเองที่ น านาประเทศได้ ก ดดั น ให้ ป ระเทศผู้ ล่ า อาณานิ ค มต้ อ ง
ปลดปล่อยประเทศในอาณานิ คมไปเสียจากอาณัติข องตน และมีการเรียกร้อง right to self-determination
เพื่อขอเป็นอิสระจากเจ้าอาณานิ คม ทาให้สิทธิของชนพื้นเมือ งดั้ งเดิ มจึง ต้อ งมี “สิทธิพิเศษ” (แท้จริงแล้วมิ ใ ช่
สิทธิพิเศษแต่เป็นสิทธิที่พึงมีอยู่เ ดิมก่อนตกเป็นเมืองขึ้น) แตกต่างจากชุมชนของชนที่มิใช่ชนพื้นเมืองดั้ งเดิ ม
ทั้งนี้ สิทธิในการกาหนดเจตจานงของตนเองนั้น มีข้อโต้แย้งที่ห ลากหลายแง่ มุมโดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง
หากพิจารณาตราสารที่รับรองสิทธินี้ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกฎบัตรสหประชาชาติ กติการะหว่างประเทศว่า ด้ ว ย
สิทธิพลเมือ งและสิท ธิทางการเมื อง กติการะหว่างประเทศว่า ด้ว ยสิ ทธิ ทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
เป็นต้น ต่างก็กาหนดบุค คลผู้ ทรงสิ ทธิ ไว้ เป็น ภาษาอั งกฤษว่า “Peoples”6 ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยในลั ก ษณะ
ของพหูพจน์ หรืออาจใช้คาว่า “กลุ่มชน” (มิใช่ประชาชนแต่ละคนรวมกัน) ซึ่งอาจตีความตามลายลักษณ์อั ก ษร
ได้ว่าสิทธิในการกาหนดเจตจานงของตนเองสามารถใช้ ได้ กับ “กลุ่มชน” เท่านั้น หากเป็นปัจเจกบุคคลเพี ย ง
ลาพังก็มิอาจเรียกร้องสิ ทธิ ดังกล่าวนี้ ได้ ดังนั้น ผู้ทรงสิทธิจึงเป็นลักษณะที่สาคัญและต้อ งพิจารณาเสียก่ อ นว่ า
กลุ่มชนเหล่านี้ได้แก่กลุ่มใดบ้าง
ตามกฎหมายระหว่า งประเทศ กลุ่มชนที่ได้รั บ การรั บรองเป็ นการทั่ ว ไปในหมู่นั กกฎหมายระหว่ า ง
ประเทศว่ามีสิ ทธิ ที่จ ะเรียกร้อ ง right to self-determination ได้อย่างเห็นได้ชั ด คือ ชนพื้นเมืองดั้ ง เดิ ม โดย
มาตรา 3 ของปฏิญญาสหประชาชาติ ว่าด้ วยชนพื้ นเมื องดั้ง เดิ มได้ บัญญั ติรับ รองสิท ธิดั งกล่าวนี้ ไว้ 7 ขณะที่ ช น
กลุ่มอื่นๆ นั้นยังคงมิได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ ในทางวิ ชาการว่าจะมีสิท ธิกาหนดเจตจานงของตนเอง
หรือไม่ โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อย ที่มีลักษณะใกล้เ คียงกับชนพื้น เมือ งดั้ง เดิ มแต่ไ ม่ใ ช่ชนพื้นเมือ งดั้ งเดิ มก็ มีค วาม
พยายามเรียกร้องสิทธิในการกาหนดเจตจานงของตนเองในเวที วิชาการต่างๆ แต่ในเวทีสากลยังคงไม่รับรองว่ า
ชนกลุ่มน้อยมีสิทธิในการกาหนดเจตจานงของตนเอง เช่น ตามข้อคิดเห็นทั่วไป เลขที่ 23 ลงวันที่ 6 เมษายน
1994 ของคณะกรรมาธิ ก ารสิ ท ธิมนุ ษ ยชน ภายใต้ มาตรา 40 ของกติก าระหว่า งประเทศว่ าด้ วยสิท ธิทาง
การเมืองและสิทธิ พลเมือ งก็ เน้นย้าว่าสิ ทธิข องชนกลุ่มน้ อยเป็น เพียงสิทธิ เชิ งปัจ เจกบุค คล มิได้ยอมรับว่ า เป็ น
6
Article 1 para 2 of the UN Charter provided that “To develop friendly relations among nations based on
respect for the principle of equal rights and self-determination of peoples, and to take other appropriate measures to
strengthen universal peace”
Article 1 (1) of the International Covenant on Civil and Political Rights and International Covenant on Economic,
Social and Cultural Rights provided that “All peoples have the right of self-determination…”
7
Article 3 of UN Declaration on indigenous peoples
“ Indigenous peoples have the right to self-determination. By virtue of that right they freely determine their
political status and freely pursue their economic, social and cultural development.”
Article 4 “Indigenous peoples, in exercising their right to self-determination, have the right to autonomy or selfgovernment in matters relating to their internal and local affairs, as well as ways and means for nancing their autonomous
functions.