สุดท้ายจึงไปสูส่ ทิ ธิในกระบวนการยุตธิ รรมปลายทาง คือ การได้รบั การปฏิบตั อิ ย่างถูกต้องตามหลักสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่ ราชทัณฑ์ ทั้งนี้ แนวความคิดของการลงโทษเป็นการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระท�ำผิด เพื่อให้กลับคืนสู่สังคม ซึ่งเมื่อผู้กระท�ำผิดพ้นโทษ บุคคลนั้นควรที่จะสามารถกลับคืนสู่สังคมได้ตามปกติ มีอาชีพ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อป้องกันมิให้กลับไปกระท�ำความผิดซ�้ำ และแม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ถูกยกเลิก แต่สิทธิดังกล่าวยังคงได้รับการรับรองโดย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๔ และยังคงปรากฏสาระส�ำคัญในร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... (ฉบับลงประชามติ)๕๕ หลักการต่าง ๆ ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญได้ถูกน�ำมาบัญญัติไว้ในกฎหมายหลาย ๆ ฉบับ เช่น ประมวลกฎหมาย วิธพี จิ ารณาความอาญา ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัตคิ า่ ตอบแทนผูเ้ สียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จา่ ยแก่จำ� เลย ในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐได้มีการบัญญัติพระราชบัญญัติพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยมีวัตถุประสงค์ ให้เกิดการพัฒนาระบบบริหารงานยุติธรรมอย่างบูรณาการ และเพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ในกระบวนการยุตธิ รรม จึงได้กำ� หนดให้คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุตธิ รรมแห่งชาติจดั ท�ำแผนแม่บทการบริหารงาน ยุติธรรมแห่งชาติขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางประสานความร่วมมือในการบริหารงานยุติธรรมระหว่างหน่วยงานของรัฐและ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานยุติธรรมให้เป็นไปอย่างสอดคล้อง และมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะท�ำให้การ อ�ำนวยความยุติธรรมมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของสังคมได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม โดย ส�ำนักงานกิจการยุติธรรมได้มีการจัดท�ำแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๕๕ ซึ่งนับเป็นแผน ฉบับแรก ขณะนี้อยู่ระหว่างการด�ำเนินการตามแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๑ ซึ่งเป็น แผนฉบับที่สอง โดยแผนแม่บทฉบับนี้ได้ก�ำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตไว้ ๔ ประการ คือ เป้าหมายที่ ๑ การให้บริการประชาชนของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายเหมาะสม เป้าหมายที่ ๒ ประชาชนสามารถเข้าถึงการให้บริการของหน่วยงานยุตธิ รรมได้อย่างเท่าเทียม เป้าหมายที่ ๓ หน่วยงานยุตธิ รรม มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และเป้าหมายที่ ๔ ปริมาณคดีที่ขึ้นสู่ศาลลดลง อย่ า งไรก็ ต าม ในสมั ย ประชุ ม ที่ ๘๔ ของคณะ กรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง สหประชาชาติ ว ่ า ด้ ว ยกติ ก า ระหว่ า งประเทศฯ ระหว่ า งวั น ที่ ๑๙ - ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๘ คณะกรรมการฯ มีข้อสังเกตโดยสรุป (Concluding Observations) ต่อการปฏิบตั ติ ามพันธกรณีของประเทศไทย๕๖ ในกรณี ต ากใบ กรื อ เซะ สงครามปราบปรามยาเสพติ ด ว่ า ควรให้มีการจัดตั้งกลไกสอบสวนที่เป็นกลาง การประกันว่า การประกาศใช้ ก ฎหมายพิ เ ศษด้ า นความมั่ น คงในพื้ น ที่ ชายแดนใต้ ส อดคล้ อ งตามบทบั ญ ญั ติ ข อง ICCPR ข้ อ ๔ ว่าด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉิน (State of Emergency) การทบทวนการใช้โทษประหารชีวิตคดีความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด การประกันว่าผู้ถูกคุมขังจะเข้าถึงการได้รับค�ำปรึกษาทางกฎหมายและเข้าถึงแพทย์ ให้ผู้ถูกคุมขังมีโอกาส แจ้งครอบครัวทราบเกี่ยวกับการจับกุมและสถานที่คุมขัง มีการสอบสวนทันทีที่มีการกล่าวหาว่ามีการกระท�ำทรมานโดย เจ้าหน้าที่ต�ำรวจและเมื่อมีการตายในสถานคุมขัง มีการลงโทษผู้กระท�ำผิดและจ่ายค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายหรือครอบครัว ควรปรับปรุงสภาพเรือนจ�ำและใช้การจ�ำคุกเป็นการลงโทษล�ำดับสุดท้าย การยุตกิ ารขังเดีย่ ว มีการคุม้ ครองเยาวชนและไม่ขงั ปัจจุบันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ From Consideration of reports submitted by states parties under article 40 of the covenant, retrieved from http://tbinternet.ohchr.org/ _layouts/treatybodyexternal/Download.aspx?symbolno=CCPR/CO/84/THA&Lang=En ๕๕ ๕๖ รายงานผลการประเมินสถานการณ์ 74 ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙

Select target paragraph3