กลุ่มสตรี รั ฐ มี ค วามก้ า วหน้ า ในการปฏิ รู ป กฎหมาย ตามพันธกรณีอนุสัญญา CEDAW มาตามล�ำดับ โดยได้บรรจุ หลักการของความเสมอภาคระหว่างเพศไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช .... (ฉบั บ ผ่ า นการ ลงประชามติ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙)๒๐ ในขณะที่ ในปี ๒๕๕๙ ประเทศไทยได้รบั การจัดอันดับที่ ๗๑ จาก ๑๔๔ ประเทศทัว่ โลก ที่ลดความเหลื่อมล�้ำระหว่างเพศได้มากที่สุด ซึ่งตกลงมาจาก อันดับที่ ๔๐ ในปี ๒๕๔๙ (ระยะเวลา ๑๐ ปี) โดยมีประเด็น ส�ำคัญที่มีสัดส่วนลดลงอย่างมาก ได้แก่ โอกาสในการส�ำเร็จ การศึกษา โอกาสและส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ และอ�ำนาจทางการเมือง ในขณะที่ในมิติด้านสุขภาพและการด�ำรงชีวิต ประเทศไทยถูกจัดในล�ำดับที่ ๑ จาก ๑๔๔ ประเทศทั่วโลกปี ๒๕๕๙ สถิติในประเด็นความรุนแรงต่อสตรียังคงเพิ่มขึ้น โดยมี สตรีที่ถูกกระท�ำความรุนแรงและเข้ามารับบริการที่ศูนย์พึ่งได้ทั้งสิ้น จ�ำนวน ๑๘,๙๑๙ ราย เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๘ ที่มีจ�ำนวน ๑๓,๒๖๕ ราย นอกจากนี้ สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวก็มเี พิม่ มากขึน้ ทุกปี โดยข้อมูลสถิตกิ ารฆ่ากันตายในครอบครัว ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติจากข่าวหนังสือพิมพ์ ๕ ฉบับ พบว่า สถิติการฆ่ากันตายในครอบครัว ปี ๒๕๕๒ มีจ�ำนวน ๑๗๕ ราย ปี ๒๕๕๓ มีจ�ำนวน ๑๘๖ ราย และ ปี ๒๕๕๖ มีจ�ำนวน ๒๐๖ ราย โดยส่วนใหญ่สามีเป็นผู้ฆ่าภรรยา อีกทั้งสถิติหย่าร้าง ในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาของประเทศไทย ยังมีเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ ๓๓ (ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๙ - ๒๕๕๙) ทั้งนี้ สถานการณ์สิทธิสตรี เป็นปัญหาที่มีรากเหง้าจากเจตคติแบบเก่า (stereotypes) ที่มีต่อสตรีอันเป็นพื้นฐานไปสู่การเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ดังนั้น รัฐจึงควรด�ำเนินการทุกวิถีทางในการคุ้มครอง มิให้เกิดการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใด ๆ เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายความเสมอภาค และจะต้องด�ำเนินการในทุกวิถีทางในการท�ำสิทธินั้น ๆ ให้เกิดจริงในทางปฏิบัติ โดยรับรองและ ด�ำเนินมาตรการพิเศษต่าง ๆ เพื่อบรรลุความเสมอภาคในทางปฏิบัติระหว่างสตรีและบุรุษในทุก ๆ ด้าน นอกจากนี้ รั��ยังควรด�ำเนินการด้านนโยบายต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วกับสิทธิสตรีให้เป็นส่วนหนึง่ ของนโยบายด้านการพัฒนาทีส่ อดคล้องกับเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๙ กสม. เห็นว่า ปัญหาเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติข้างต้น ยังเป็นปัญหาเดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือยังไม่เห็นความ ก้าวหน้าในการด�ำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาให้ความส�ำคัญกับการด�ำเนินการดังกล่าว บทที่ ๒ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... (ฉบับผ่านการลงประชามติ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๙) ซึ่งต่อมา ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ บัญญัติว่า มาตรา ๒๗ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบตั โิ ดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่วา่ ด้วยเหตุความแตกต่างในเรือ่ งถิน่ ก�ำเนิด เชือ้ ชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สถานภาพทางกาย หรือสุขภาพ สถานะ ของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือเหตุอื่นใด จะกระท�ำมิได้ ๒๐ รายงานผลการประเมินสถานการณ์ 61 ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙

Select target paragraph3