ให้อยูใ่ นเหตุแห่งการเลือกปฏิบตั ิ หรือเพิม่ เติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบตั บิ างประการในรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมกับสภาพปัญหา
ที่เกิดขึ้น ตามแนวทางของกฎหมายต่างประเทศ รวมทั้งอาจต้องมีการตรากฎหมายล�ำดับรองเป็นการเฉพาะส�ำหรับการห้าม
เลือกปฏิบัติด้วยเหตุนี้
(๓) ข้อเสนอแนะเฉพาะประเด็นการเลือกปฏิบัติ
(๓.๑) กรณีการเลือกปฏิบัติในมิติของสินค้า บริการ ในภาคเอกชน ควรเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับ
ผูป้ ระกอบการให้บริการ ผูป้ ระกอบการจ�ำหน่ายสินค้า ให้เห็นความส�ำคัญถึงการให้บริการอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบตั ิ
เปลี่ยนแปลงทัศนคติทางลบที่มีต่อบุคคลที่แตกต่างกันด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ
(๓.๒) กรณีประวัติอาชญากรรมที่น�ำมาใช้ในบริบทของการจ้างงาน เสนอให้ก�ำหนด “ประวัติอาชญากรรม”
เป็นเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติประการหนึ่ง โดยเฉพาะในมิติของการจ้างแรงงานและการประกอบอาชีพ โดยอาจก�ำหนดเหตุ
ดังกล่าวไว้ในกฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติอันเป็นกฎหมายกลาง ซึ่งมีขอบเขตใช้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนดังเช่น
กฎหมายออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับลักษณะงาน จึงควรก�ำหนดข้อยกเว้นให้
มีการปฏิบัติที่แตกต่างได้หากประวัติอาชญากรรมนั้นเกี่ยวข้องกับ “คุณสมบัติอันเป็นสาระส�ำคัญของงาน” (Inherent
Requirement Exception) ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป
(๓.๓) กรณีการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง (Hate Speech) อาจพิจารณา ๑) ก�ำหนดกฎหมาย
เฉพาะในกรณีของ “Hate Speech” ให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตาม
กฎหมายสิทธิมนุษยชน หรือ ๒) ในระหว่างทีย่ งั ไม่มกี ารบัญญัตกิ ฎหมายเฉพาะดังกล่าว มีขอ้ เสนอว่า การสือ่ สารทีแ่ สดงความ
เกลียดชังด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบตั ติ า่ ง ๆ เช่น รสนิยมทางเพศ เชือ้ ชาติ ศาสนา ฯลฯ จัดอยูใ่ นการกระท�ำอันเป็นการละเมิด
สิทธิมนุษยชน ซึ่งอยู่ในอ�ำนาจของ กสม. ที่จะตรวจสอบและเสนอมาตรการแก้ไขได้
(๓.๔) กรณีการคุกคาม (Harassment) เสนอให้ ๑) ก�ำหนดกฎหมายเฉพาะในกรณีของ “Hate Speech”
ให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน หรือ ๒) ใน
ระหว่างที่ยังไม่มีการบัญญัติกฎหมายเฉพาะดังกล่าว เสนอว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในอ�ำนาจของ กสม. ที่จะตรวจสอบและเสนอ
มาตรการแก้ไขได้
(๓.๕) กรณีสิทธิปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุมโนส�ำนึก เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเกณฑ์
ทหารพิจารณาประเด็นการเลือกปฏิบัติในมิติต่างๆ ได้แก่ ๑) มโนธรรมหรือความเชื่อ ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
กันกับความเชื่อตามศาสนา หากมีข้อยกเว้นการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุศาสนา ก็ควรมีข้อยกเว้นส�ำหรับ มโนส�ำนึก
(Conscience) ด้วย ๒) ควรมีทางเลือกอื่นในการ “รับใช้ชาติ” (National Alternative Service) นอกจากการเกณฑ์ทหาร
๓) หากมีการก�ำหนด ทางเลือกอื่นในการ “รับใช้ชาติ” (National Alternative Service) ก็ควรต้องไม่มีลักษณะการเลือก
ปฏิบัติ
(๓.๖) กรณีเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติที่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ อาทิ ประวัติอาชญากรรม ผู้ติดเชื้อเอชไอวี
การให้นมบุตรจากอก เสนอให้มีการบัญญัติเพิ่มเติมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติบางอย่างเหล่านี้ไว้ให้ชัดเจนในกฎหมายเฉพาะ
เพือ่ คุม้ ครองความเท่าเทียมกันของบุคคลทีอ่ ยูใ่ นกลุม่ หรือเกีย่ วข้องกับเหตุเหล่านี้
(๔) ข้อเสนอในการต่อยอดการวิจยั
(๔.๑) ควรมีการศึกษาวิเคราะห์จดั ท�ำร่างกฎหมายกลางเกีย่ วกับการเลือกปฏิบตั เิ พือ่ ด�ำเนินการรับฟังความคิดเห็น
และเข้าสูก่ ระบวนการเสนอกฎหมายตามล�ำดับต่อไป
(๔.๒) เสนอให้มีการต่อยอดการวิจัยในบริบทของกฎหมายปกครอง ในประเด็นขอบเขตความหมายของการ
เลือกปฏิบัติ เพื่อเปรียบเทียบและจ�ำแนกความแตกต่างกับความหมายและขอบเขตของการเลือกปฏิบัติในบริบทกฎหมาย
สิทธิมนุษยชน ทัง้ นี้ เพือ่ ให้เกิดแนวทางทีช่ ดั เจนในการพิจารณากฎหมายและแนวปฏิบตั ทิ เี่ กีย่ วข้องต่อไป
(๔.๓) เสนอให้มกี ารต่อยอดการวิจยั โดยให้มกี ารศึกษาประเด็นเฉพาะกรณีศกึ ษาเป็นรายกรณีในเชิงลึกต่อไป
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
70
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙