ชิ้นนี้ คือ การขาดแคลนกลไกตรวจสอบและติดตามผล ในบรรดามาตรฐานทั้งหมดที่ศึกษาในรายงานชิ้นนี้ มีเพียงแนวปฏิบัติ
ส�ำหรับบรรษัทข้ามชาติขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
และสังคมทีย่ งั่ ยืนของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) เท่านัน้ ทีม่ กี ลไกการตรวจสอบติดตามผล และรับเรือ่ งร้องเรียนว่า
บริษัทผู้รับมาตรฐานได้ปฏิบตั ิตามมาตรฐานจริง หรือไม่ เพียงใด ทั้งนี้ การประกาศว่าตนรับมาตรฐานย่อมมิได้หมายความว่า
บริษัทปฏิบัติตามมาตรฐานนั้น ๆ อย่างครบถ้วนแต่อย่างใด
ปัจจุบันการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนถือเป็นส่วนส�ำคัญของหลักการ แนวปฏิบัติ และมาตรฐานทุกชุดที่รณรงค์
ส่งเสริมความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม (CSR) ตั้งแต่ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) เป็นต้นมา
ตลอดจนมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งบริษัทไทยให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง มาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจจึงมีความครอบคลุมและเพียงพอแล้ว กสม. จึงไม่จำ� เป็นต้องพัฒนามาตรฐานใหม่
ซึง่ ปัญหาและอุปสรรคทีผ่ า่ นมาพบว่า เป็นเรือ่ งของการขาดความรู้ ความเข้าใจของภาคธุรกิจในภาคปฏิบตั ิ โดยเฉพาะ วิธกี าร
และระบบการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ งานวิจยั ยังระบุวา่ หัวใจของการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนของภาคธุรกิจอยูท่ กี่ ารตรวจสอบและประเมินสถานะ
ขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence ) ซึง่ จากการศึกษาวิเคราะห์มาตรฐานภายในและนอกประเทศ
จ�ำนวน ๘ มาตรฐาน พบว่า ทุกมาตรฐานยกเว้นข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ และหลักการก�ำกับกิจการทีด่ ขี อง OECD ก�ำหนด
ให้บริษทั ทีร่ บั มาตรฐานต้องจัดท�ำและด�ำเนินการตามกระบวนการดังกล่าว โดยหลักการชีแ้ นะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่ง
สหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights :UNGP) ได้กำ� หนดองค์ประกอบส�ำคัญ ๔ ประการ
ในการจัดท�ำกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านส�ำหรับภาคธุรกิจ ได้แก่ ๑) การประกาศนโยบายและหลักการ
ของบริษทั ทีว่ า่ ด้วยการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยบูรณาการเข้ากับระบบประเมินความเสีย่ งของบริษทั (ข้อ ๑๗) ๒) การประเมินผล
กระทบทีเ่ กิดขึน้ จริงหรือมีแนวโน้มทีอ่ าจเกิดขึน้ จากกิจกรรมของบริษทั (ข้อ ๑๘) ๓) การบูรณาการข้อผูกมัดเชิงนโยบายเข้ากับการ
ประเมิน รวมถึงกลไกควบคุมภายในและภายนอก (ข้อ ๑๙) และ ๔) การติดตามและรายงานผลการด�ำเนินงาน (ข้อ ๑๙ และ ๒๐)
ข้อเสนอแนะ
(๑) ปัจจุบนั มาตรฐานต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องกับการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจมีครอบคลุมและเพียงพอ กสม.
ไม่จ�ำเป็นต้องพัฒนามาตรฐานใหม่
(๒) กสม. ควรจัดท�ำคู่มือตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) จัดการ
อบรม เผยแพร่องค์ความรูด้ งั กล่าวต่อภาคธุรกิจ และติดตามตรวจสอบการด�ำเนินงานตามคูม่ อื เป็นระยะ และควรมีบทบาทใน
การจัดท�ำ อบรม และเผยแพร่คู่มือตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ในฐานะ “เครื่องมือ” สนับสนุนให้ภาคธุรกิจ
สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานต่าง ๆ ที่ตนรับแล้ว อย่างแท้จริงและวัดผลได้ โดยในการออกแบบคู่มือดังกล่าว กสม. สามารถ
บูรณาการเนื้อหาจากมาตรฐานต่าง ๆ ตามระดับที่เหมาะสม เข้ากับองค์ประกอบทั้ง ๔ ส่วนของกระบวนการตรวจสอบตาม
หลักการ UNGP จากนั้น เมื่อเผยแพร่คู่มือแล้ว กสม. ก็สามารถมีบทบาทในการติดตามตรวจสอบบริษัทว่าได้ปฏิบัติตาม
กระบวนการดังกล่าว หรือไม่ อย่างไร นอกจากนี้ กสม. ยังควรร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจในประเทศไทย
ในการเผยแพร่คู่มือ และสร้างแรงจูงใจให้เอกชนน�ำคู่มือไปปฏิบัติและเชิญ กสม. มาติดตามหรือประเมินการปฏิบัติตามคู่มือ
การน�ำไปใช้ประโยชน์
ใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนในการตรวจสอบเรือ่ งร้องเรียนของคณะอนุกรรมการทีเ่ กีย่ วข้อง และเป็นข้อมูลในการส่งเสริม
ให้ภาคธุรกิจด�ำเนินธุรกิจโดยเคารพสิทธิมนุษยชน น�ำไปเผยแพร่ในห้องสมุด/ผ่านทางเว็บไซต์ ��ัดพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่
และน�ำไปต่อยอดการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Human Rights Due Diligence เพื่อเป็นเครื่องมือให้ภาคธุรกิจเคารพ
สิทธิมนุษยชน
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
60
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙