(๓) การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติมเต็มสิทธิมนุษยชน (Human Rights and the Environmental Protection) ไม่ว่ากรณีประเทศต่าง ๆ จะยอมรับว่าเป็นสิทธิมนุษยชนหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่จ�ำเป็นต้องน�ำสิทธิในสิ่งแวดล้อมไป คุม้ ครองในฐานะสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด เพราะการคุม้ ครองสิง่ แวดล้อมเพือ่ การเติมเต็มสิทธิมนุษยชนถือเป็นวิธกี ารทีด่ ที สี่ ดุ (๔) สิทธิเชิงกระบวนการในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นเครื่องมือส�ำคัญ เป็นสิทธิที่มีอยู่แล้วและมีส่วนช่วย ทีส่ ำ� คัญทีจ่ ะท�ำให้เกิดการคุม้ ครองสิง่ แวดล้อม นอกเหนือจากการคุม้ ครองสิทธิในเชิงเนือ้ หา ซึง่ ปรากฏอยูใ่ นตราสารระหว่าง ประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ ข้อเสนอแนะ (๑) แนวทางในการสนับสนุนสิทธิชุมชนและสิทธิในสิ่งแวดล้อมให้เป็นจริงในสังคมไทยภายใต้บริบทสากลและ บริบทประเทศ - สิทธิที่มีอยู่แล้วก็ให้มีอยู่ต่อไป เช่น กรณีของสิทธิชุมชน ควรบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นต้น - ควรมีกฎหมายล�ำดับรองเขียนขยายความว่าสิทธิชุมชนตามความหมายในรัฐธรรมนูญว่ามีเงื่อนไขการน�ำไป ใช้อย่างไรบ้าง ตามแนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนแบบไทย - ส่วนเรื่องสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ถ้าจะให้บัญญัติขึ้นใหม่ก็สามารถ ท�ำได้ เพียงแต่จะต้องเขียนเชื่อมโยงให้ดีกับเรื่องสิทธิชุมชนที่มีอยู่เดิมในรัฐธรรมนูญ เพราะสิทธิชุมชนเป็นสิทธิเชิงกลุ่ม - รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรบัญญัติเรื่องสิทธิเชิงกระบวนการส�ำหรับกรณีสิ่งแวดล้อมเป็นการเฉพาะทั้งสาม เรื่อง ได้แก่ สิทธิในข้อมูลสิ่งแวดล้อม สิทธิมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสิทธิในการเข้าถึง กระบวนการยุตธิ รรมทางสิง่ แวดล้อมเพือ่ ให้ปรัชญาของการปกป้องสิง่ แวดล้อมทีม่ ลี กั ษณะเฉพาะตัวได้สะท้อนออกมาเป็นรูป ธรรมและมีความชัดเจนต่อการน�ำไปปฏิบัติขยายผล - รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรบัญญัติเรื่องหน้าที่ของประชาชนและหน้าที่ของรัฐในการปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้าที่ของรัฐควรเขียนไว้ในลักษณะที่มีผลผูกพันที่มีบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม (๒) ประเด็นทีม่ คี วามเกีย่ วข้องโดยตรงกับการสร้างความเข้าใจพืน้ ฐานร่วมกันในทางวิชาการ เพือ่ ประโยชน์ในการ ศึกษาต่อยอดในขั้นต่อไป - ศึกษาแนวทางการบัญญัตคิ มุ้ ครองสิง่ แวดล้อมในรัฐธรรมนูญในฐานะทีเ่ ป็นกฎหมายสูงสุดเพราะถือว่าเป็นสิง่ ที่รัฐพึงกระท�ำก่อนที่จะด�ำเนินการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนประเภทอื่น ๆ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหลาย สิทธิ รวมถึงศึกษาการบังคับใช้สทิ ธิในสิง่ แวดล้อมของประเทศทีบ่ ญ ั ญัตริ บั รองสิทธิในสิง่ แวดล้อมไว้แล้ว โดยการเปรียบเทียบ กับรัฐธรรมนูญของประเทศต่าง ๆ ทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศก�ำลังพัฒนา - ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างสิทธิทั้งหลายที่จะบัญญัติใหม่ และสิทธิที่บัญญัติไว้แล้ว ทั้งในรัฐธรรมนูญ และ กฎหมายระดับพระราชบัญญัติว่าจะสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไรเพื่อให้เกิดการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการ บัญญัติคุ้มครองสิทธิใด ๆ ไว้โดยไม่สร้างความเชื่อมโยงกับสิทธิที่มีอยู่แล้วนอกจากจะท�ำให้สิทธิที่บัญญัติใหม่ใช้บังคับยาก แล้ว ยังอาจส่งผลให้เกิดการขัดกันระหว่างสิทธิที่มีความเหลื่อมล�้ำกันไป - สมควรติดตามพัฒนาการของสิทธิในสิ่งแวดล้อมต่อไปว่าจะได้รับการยอมรับว่าเป็นสิทธิมนุษยชนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทขององค์การสหประชาชาติ และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ - สิทธิตามรัฐธรรมนูญไม่ใช่ทุกสิทธิที่เป็นสิทธิมนุษยชน สมควรมีการศึกษาให้ชัดเจนว่าอะไรเป็นสิทธิใน รัฐธรรมนูญที่มีสถานะเพียงสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่สิทธิมนุษยชน - หากรัฐธรรมนูญยังไม่มีการบัญญัติคุ้มครองสิทธิที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สมควรศึกษาแนวทางในการน�ำ สิทธิมนุษยชนทีม่ อี ยูแ่ ล้วมาใช้ในการคุม้ ครองสิง่ แวดล้อมในภาคปฏิบตั ใิ ห้เป็นรูปธรรมยิง่ ขึน้ รวมถึงการจัดท�ำแนวทางในการ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อคุ้มครองสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ - ศึกษาความสัมพันธ์และเชื่อมโยงระหว่างสิทธิเชิงกลุ่มทั้งหลาย เช่น สิทธิชุมชน สิทธิในการพัฒนา สิทธิใน ความสงบ กับสิทธิในสิง่ แวดล้อมว่ามีความจ�ำเป็นต้องคุม้ ครองสิง่ แวดล้อมโดยอาศัยสิทธิเชิงกลุม่ เช่นเดียวกับประเทศในทวีป แอฟริกาหรือไม่ และการคุ้มครองสิทธิเชิงกลุ่มเช่นว่านี้ในทางปฏิบัติส�ำหรับประเทศที่บัญญัติคุ้มครองสิทธิไว้ในรัฐธรรมนูญมี รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 58 ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙

Select target paragraph3