ความเป็นจริงมากกว่าการศึกษาในทางทฤษฎี และเพือ่ ให้การเฝ้าระวังสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิง่ แวดล้อม และ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ตราสารระหว่างประเทศประเภท Hard Law ที่เกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่รับหลักการมา จากปฏิญญาสตอกโฮล์มและปฏิญญาริโอ แต่ยังไม่มีฉบับใดที่มีเนื้อหารับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมในฐานะเป็นสิทธิมนุษยชน ประเภทหนึ่ง ยกเว้นฉบับเดียว คือ กฎบัตรแอฟริกันว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิของประชาชน (The African Charter on Human and Peoples’ Rights) และพิธีสารเพิ่มเติมอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งอเมริกาเกี่ยวกับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (The Additional Protocol to the American Convention on Human Rights in the Area of Economic, Social, and Cultural Rights) โดยกฎบัตรดังกล่าวได้สถาปนา “สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่น่าพอใจที่เอื้อต่อการ พัฒนา (Satisfactory Environment Favorable to Development)” ผลการดำ�เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ผลจากการศึกษาวิจยั พบว่า ตราสารระหว่างประเทศประเภท Soft Law ได้แก่ ปฏิญญาสตอกโฮล์ม และปฏิญญาริโอ ซึ่งเป็นตราสาร ที่ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายให้รัฐใดต้องปฏิบัติตาม แต่มีบทบาทใน เวทีกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในการเสนอแนะหลักการ หรือแนวคิดเกีย่ วกับการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กบั ธรรมชาติ สร้างความตระหนักในการปกป้องคุม้ ครองสิง่ แวดล้อม และมีอทิ ธิพลต่อ พัฒนาการประเด็นสิทธิในสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านสิทธิเชิงเนื้อหา สิทธิเชิง กระบวนการ และสิทธิของชนพื้นเมือง (Indigenous Peoples) ส่งผล ให้เกิดการน�ำเอากลไกทางสิทธิมนุษยชนมาใช้คมุ้ ครองสิง่ แวดล้อม ทัง้ ใน ระดับระหว่างประเทศและในระดับภูมิภาค ในการน�ำเอาสิทธิมนุษยชนมาใช้กับเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้น ยังคงมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันซึ่งน�ำไปสู่รูปแบบที่ ่ แตกต่างกันสองวิธี คือ รูปแบบแรก อาศัยสิทธิมนุษยชนประเภททีม่ กี ารยอมรับและรับรองอยูแ่ ล้ว ทัง้ สิทธิเชิงเนือ้ หาและสิทธิ บทที ๓ เชิงกระบวนการ มาใช้ปรับกับปัญหาสิง่ แวดล้อมเป็นรายกรณีไป ข้อจ�ำกัดของวิธนี ี้ คือ ตราบใดทีป่ ญ ั หาดังกล่าวยังไม่ได้สร้าง ผลเสียแก่มนุษย์โดยตรงแม้จะสร้างผลเสียมหาศาลต่อสิง่ แวดล้อม ก็ไม่สามารถน�ำเอากลไกทางสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ได้ รูปแบบ ทีส่ อง อาศัยการสร้างสิทธิมนุษยชนประเภทใหม่ขนึ้ มาเรียกว่า สิทธิในสิง่ แวดล้อม (Right to Environment) หรือสิทธิใน สิง่ แวดล้อมทีด่ ี (Right to Good/Healthy/Decent Environment) ข้อจ�ำกัดของวิธนี ี้ คือ สิทธิในสิง่ แวดล้อมยังคงเป็นทีถ่ กเถียง เนือ่ งจากประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศในภูมภิ าคยุโรปและภูมภิ าคอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการสถาปนาสิทธิในสิง่ แวดล้อมขึน้ มาเป็นสิทธิมนุษยชนประเภทใหม่ การยอมรับสิทธิในสิ่งแวดล้อมระดับสากลและระดับภูมิภาค การยอมรับสิทธิในสิง่ แวดล้อมและการบังคับใช้สทิ ธิมนุษยชน���ับการคุม้ ครองสิง่ แวดล้อมตามหลักกฎหมายระหว่าง ประเทศในระดับสากล สามารถแยกพิจารณาเป็น ๓ กรณี ดังนี้ (๑) จารีตประเพณีระหว่างประเทศ สิทธิในสิง่ แวดล้อมยังไม่อาจพัฒนาไปสูจ่ ารีตประเพณีระหว่างประเทศเนือ่ งจากแนวทางปฏิบตั ขิ องรัฐทัง้ หลาย ยังคงปฏิบัติไม่สอดคล้องเป็นแนวทางเดียวกัน (๒) หลักกฎหมายทั่วไป ยังไม่พบหลักกฎหมายทัว่ ไปในสิทธิมนุษยชน ดังนัน้ ในปัจจุบนั จึงไม่อาจวิเคราะห์หลักกฎหมายทัว่ ไปในกรณี ของสิทธิในสิ่งแวดล้อมได้ รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 55 ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙

Select target paragraph3