เกี่ยวกับการเปิดให้มีการขออาชญาบัตรเรือประมงอวนลากและการจัดท�ำรูปแบบที่เหมาะสม
(๓) กรมประมงควรจะกระจายอ�ำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม
ในการตรวจสอบการท�ำประมงผิดกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันกรมประมงไม่สามารถควบคุมและตรวจสอบการท�ำประมงผิด
กฎหมายได้อย่างทั่วถึง
(๔) กรมประมงควรน�ำมาตรการทีเ่ ป็นเงือ่ นไขในการออกอาชญาบัตรแก่เรือประมงอวนลากทัง้ ๑๑ ข้อ ไปบังคับ
ใช้กบั เรือประมงอวนลากทีม่ อี าชญาบัตรถูกกฎหมายอยูแ่ ล้วอย่างเคร่งครัด ทัง้ นี้ ในเบือ้ งต้นเป็นการสร้างความเชือ่ มัน่ แก่ทกุ
ภาคส่วนว่าการเปิดให้ขออาชญาบัตรแก่เรือประมงอวนลากทีผ่ ดิ กฎหมายนัน้ จะไม่เป็นการท�ำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล
และไม่สร้างผลกระทบแก่ประมงพืน้ บ้าน
ผลการดำ�เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
ผลการด�ำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๑) กรมประมง ได้มีหนังสือที่ กษ ๐๕๑๐.๒/๕๓๑๙ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ แจ้งว่า
(๑.๑) ค�ำสัง่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ ๓๖๕/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ ตามที่ กสม. ขอให้ทบทวน
ค�ำสัง่ ดังกล่าวนัน้ แม้วา่ ผลการพิจารณาของคณะกรรมการดังกล่าวเห็นควรให้จดทะเบียนเรืออวนลากเพิม่ เติม ๒,๑๐๗ ล�ำ โดยมี
กรอบเงื่อนไข ๑๑ ข้อก็ตาม แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นคณะรัฐมนตรียังมิได้พิจารณาตามข้อเสนอดังกล่าว ประกอบกับในระหว่าง
เสนอคณะรัฐมนตรีมีหลายฝ่ายท้วงติง ส�ำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจึงส่งเรื่องคืนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา
หาข้อยุติเรื่องอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมประมงได้แจ้งเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมประมงเปิดรับฟัง
ความคิดเห็นของทุกฝ่ายให้รอบด้าน ซึ่งที่ผ่านมา กรมประมงได้จัดเวทีในการแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วน
ได้เสียในหลายครั้งตลอดมาถึงปัจจุบัน และกรณีดังกล่าวไม่ได้เสนอผ่อนผันให้มีการจดทะเบียนเรืออวนลากเพิ่มเติมเข้ามาสู่
การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด
(๑.๒) การท�ำประมงทัง้ ของกองเรือไทยและเรือต่างประเทศทีน่ ำ� สัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรไทย รัฐบาลได้ให้
ความส�ำคัญและก�ำหนดเป็นวาระแห่งชาติตามค�ำสัง่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๙ เมษายน
๒๕๕๘ เรือ่ ง การแก้ไขปัญหาการท�ำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ก�ำหนดให้จดั ตัง้ ศูนย์บญ
ั ชาการ
แก้ไขปัญหาการท�ำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) โดยมี ผูบ้ ญ
ั ชาการทหารเรือเป็นผูบ้ ญ
ั ชาการแก้ไขปัญหาการท�ำการผิดกฎหมาย
่
ซึง่ ขณะนีอ้ ยูร่ ะหว่างการด�ำเนินการแก้ไขการท�ำประมงของประเทศไทยให้สอดรับกับมาตรฐานสากลและกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง บทที
๓
ในทุกมิติเพื่อให้ชาวประมงมีความมั่นคงในอาชีพ ภายใต้ความสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรประมงทะเลต่อไป
(๒)
ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการท�ำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ได้ด�ำเนินการดังนี้
(๒.๑) จัดประชุมการศึกษากฎหมายข้อมูลทางวิชาการ ข้อเท็จจริงรวมถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการออกกฎหมายหรือวางแนวนโยบายที่จะน�ำมาใช้บังคับในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล
และควบคุมกิจการประมงทะเล ตัวอย่างจากมติในการประชุมการติดตามผลการด�ำเนินการของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหา
การท�ำประมงผิดกฎหมาย เช่น การจัดการประชุมติดตามผลด�ำเนินการครั้งที่ ๕ ในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ ได้มอบหมาย
หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องส�ำรวจเรือประมงทัง้ หมด รวมทัง้ พิจารณาพระราชบัญญัตกิ ารประมงฉบับใหม่ เพือ่ ให้เนือ้ หาครอบคลุม
ทุกประเด็น การจัดการประชุมติดตามผลด�ำเนินการครั้งที่ ๑๐ ในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘ มีมติมอบหมายให้กรมประมง
ก�ำหนดค�ำนิยามของค�ำว่า “เรือประมงพื้นบ้าน” ให้มีความชัดเจน เพื่อน�ำไปก�ำหนดนโยบายการบริหารจัดการประมงทะเล
การจัดกา��ประชุมติดตามผลด�ำเนินการครั้งที่ ๑๒ ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ได้มีมติให้กรมประมงค�ำนวณค่าผลจับสัตว์
น�ำ้ สูงสุดทีย่ งั่ ยืน (MSY) ทัง้ นี้ ให้รว่ มกับสมาคมการประมงต่าง ๆ เร่งรัดการจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นเรือ่ งการก�ำหนด
ขนาด จ�ำนวนของเครื่องมือและเขตการท�ำประมงที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะท�ำงานติดตาม ควบคุมและ
เฝ้าระวัง (MSN) รวมทั้งจัดท�ำแผนเยียวยากรณีต้องลดจ�ำนวนเรือประมง และมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ แก้ไขปัญหา
ประมงผิดกฎหมายในสายงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
21
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙