บทคัดย่อ
เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ช่องว่างที่เกิดขึ้นของนโยบาย กฎหมาย และมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการ
ลงทุนของประเทศ ตามหลักการ UNGP ทั้งเสาหลักที่ 1 (protect) และเสาหลักที่ 3 (remedy) ว่านโยบาย
กฎหมาย และมาตรการต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นอุปสรรคหรือเอื้อให้ภาคธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชน และจัดทำเป็น
ข้อเสนอแนะ มาตรการ หรือแนวทางในการส่งเสริมให้การลงทุนของภาคธุรกิจ เคารพสิทธิมนุษยชนและมีการ
เยียวยาที่มีประสิทธิผลหากมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น ตลอดจนใช้สนับสนุ นการทำงานตามกฎหมาย
ของคณะกรรมการสิ ทธิมนุ ษ ยชนแห่ งชาติ ในการตรวจสอบ เรื่องร้องเรียน การเฝ้ าระวังสถานการณ์ สิ ทธิ
มนุษยชน และการเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่ งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเด็นที่
เกี่ยวข้องกับธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
งานวิ จั ย ชิ้ น นี้ อ าศั ย การวิ เคราะห์ ช่ อ งว่ า ง หรื อ Gap analysis เพื่ อ ศึ ก ษาว่ า กลไกคุ้ ม ครองสิ ท ธิ
มนุษยชนของภาครัฐทางด้านสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจ เพียงพอต่อข้อกำหนดใน UNGP หรือไม่
อย่างไร มีช่องว่างในประเด็นใดบ้าง มีมาตรการใดที่ยังไม่มีหรือ��ีไม่เพียงพอ โดยแยกการวิเคราะห์ออกเป็น 2
ส่วน ได้แก่ 1. การวิเคราะห์ กลไกการคุ้มครองทางด้านสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจของภาครัฐที่ มีอยู่
ในปัจจุบัน (actual) เทียบกับ 2. กลไกการคุ้มครองทางด้านสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจของภาครัฐที่
ควรจะเป็น (desired) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการสังคมทางด้านสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจ ซึ่ ง
ผลการวิเคราะห์จะทำให้เห็นช่องว่างที่เกิดขึ้นจริงและนำไปสู่ข้ อเสนอแนะเพื่อสนับสนุนการพัฒนากลไกการ
คุ้มครองทางด้านสิทธิมนุษยชนของภาครัฐต่อไป
ผลการศึกษาพบว่าช่องว่างที่เกิดขึ้น เกิดทั้งในระดับรัฐธรรมนูญ และเกิดขึ้นในระดับย่อยแยกรายสิทธิ
งานวิจัยชิ้นนี้เจาะลึ กในสิทธิมนุษยชนและการประกอบธุรกิจที่สำคัญรวม 9 สิทธิ ได้แก่ 1) สิทธิผู้ถือหุ้น 2)
สิทธิแรงงาน 3) สิทธิสำหรับธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน 4) สิทธิชุมชน ที่ดินและสิ่งแวดล้อม 5) การลงทุนระหว่าง
ประเทศและบรรษัทข้ามชาติ 6) สิทธิผู้บริโภค 7) สิทธิประชากรกลุ่มเฉพาะ 8) ผู้พทิ ักษ์สิทธิมนุษยชน และ 9)
ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในกรณีของรัฐวิสาหกิจ
ช่องว่างทางกลไกคุ้มครองทางสิทธิมนุษยชน ณ ปัจจุบัน มักปรากฏในรูปของช่องว่างของกฎหมายที่
เอื้อให้เกิดการละเมิด การบังคับใช้กฎหมายที่ยังขาดประสิทธิภาพยามดำเนินการจริง และขาดการบูรณาการ
ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนอกภาครัฐ ในแง่นี้ เพื่อเติมเต็มช่องว่างของกลไกที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อนำไปสู่กลไก
การคุ้มครองและเยียวยาที่ดียิ่งขึ้น ภาครัฐจำเป็นจะต้องดำเนินการด้านการปรั บแก้กลไกทางกฎหมาย และ
ดำเนินการด้านการบูรณาการร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
๑