รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ ๔ การประเมินสถานการณ์ ในช่วงระหว่างปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๘ รัฐบาลได้ให้ความส�ำคัญและพยายามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ บังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมัน่ คงในพืน้ ที่ การใช้กำ� ลังเจ้าหน้าทีใ่ นการปราบปรามผูก้ อ่ ความไม่สงบ การสร้างมวลชนสัมพันธ์เพือ่ ท�ำความ เข้าใจระหว่างเจ้าหน้าทีร่ ฐั กับประชาชน การส่งเสริมให้คนในพืน้ ทีแ่ ละชุมชนมีความเข้มแข็ง การสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพือ่ หา ทางออกในการแก้ไขปัญหา ตลอดจนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับกลุ่มที่มีอิทธิพลในการก่อเหตุความรุนแรง และแม้ว่าตัวเลขสถิติของ เหตุการณ์ความไม่สงบและความสูญเสียจะมีแนวโน้มทีล่ ดลงตัง้ แต่ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา แต่ถา้ พิจารณาในมิตริ ากเหง้าของปัญหาความขัดแย้ง จะพบว่ายังคงมีความขัดแย้งแสดงออกมาให้เห็นอยู่เป็นระยะ จึงมิอาจกล่าวได้ว่าจ�ำนวนเหตุการณ์ความไม่สงบที่ลดน้อยลงนั้น เป็นตัวแทน ที่เพียงพอในการยืนยันว่า สถานการณ์ความขัดแย้งก�ำลังจะสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ในบางกรณียังปรากฏความรู้สึกไม่พอใจของประชาชนในพื้นที่ ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ และความคับแค้นใจเมื่อต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ เมื่อมีสิ่งยั่วยุหรือสิ่งเร้ามากระตุ้น รัฐจึงควรเร่งด�ำเนินการขจัดรากเหง้า ของความขัดแย้งนี้ ด้วยวิถีแห่งสันติและประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยปราศจากการใช้ก�ำลังหรืออ�ำนาจข่มขู่ เพราะวิธีการดังกล่าวอาจน�ำมาซึ่งความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้น ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยา ในปี ๒๕๕๘ ยังพบว่ากระบวนการพิจารณาเยียวยาต่อผูเ้ สียหายมีความล่าช้า ผูเ้ สียหายบางรายยังไม่สามารถ เข้าถึงการช่วยเหลือเยียวยาและบางรายยังมีความรู้สึกว่าค�ำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย ประกอบด้วย ทหาร ต�ำรวจ และฝ่ายปกครอง ในการพิจารณารับรองว่าผู้ขอรับการช่วยเหลือเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบหรือไม่นั้น ไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียหาย ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ รัฐควรจัดให้มีกระบวนการโต้แย้งหรืออุทธรณ์ค�ำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย๙๔ เพื่ออ�ำนวย ความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ รัฐควรมอบหมายให้ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหากระบวนการ หรือมาตรการที่เหมาะสมในการด�ำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิในการเยียวยาในกรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทั้งที่เกิดจากการกระท�ำ ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หรือจากการกระท�ำของเจ้าหน้าที่รัฐอันเกี่ยวเนื่องกับความไม่สงบอย่างทันท่วงที และเป็นอัตโนมัติ๙๕ โดยที่ ผู้เสียหายหรือญาติมิต้องยื่นค�ำร้องขอใช้สิทธิ รวมถึงควรมีมาตรการในการติดตามดูแลด้านสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ นอกเหนือจาก การช่วยเหลือเยียวยาในรูปของตัวเงินด้วย ๔.๑ สถานการณ์ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม จากการที่ประเทศไทยได้ให้ค�ำมั่นในการออกกฎหมายให้การทรมานเป็นความผิดอาญาและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อให้ สอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานฯ และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหาย สาบสูญโดยถูกบังคับนั้น รัฐได้ด�ำเนินการจัดท�ำร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี๙๖ อย่างไรก็ดี รัฐจะต้องประกันว่าร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวจะมีเนือ้ หาสอดคล้องกับข้อบทในอนุสญ ั ญาต่อต้านการทรมานฯ และอนุสญ ั ญาว่าด้วยการคุม้ ครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญ โดยถูกบังคับอย่างครอบคลุมและครบถ้วน และควรเร่งด�ำเนินการให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพือ่ ป้องกันการทรมาน การลงโทษ และการปฏิบัติอย่างทารุณ ผิดมนุษย์หรือลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นอกจากนี้ ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในพื้นที่ รัฐควรก�ำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบหรือขั้นตอนที่ก�ำหนดไว้ อย่างเคร่งครัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันพัฒนาระบบการเข้าเยี่ยมสถานที่เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อป้องกันมิให้ เกิดการกระท�ำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ ในกรณีของการเสียชีวิตในสถานที่คุมขังหรือลักษณะอื่นใด รัฐควรเร่งรัดให้หน่วยงาน ที่มีหน้าที่ในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหรือกักตัวไว้เพื่อซักถามด�ำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิด ณ บริเวณสถานที่ควบคุมผู้ต้องสงสัยทุกแห่ง เพื่อประโยชน์ในการป้องกันปัญหาข้อร้องเรียนที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ถูกควบคุมตัวและครอบครัว ในระหว่างการควบคุมต��วเพือ่ ซักถามตามกฎหมายความมัน่ คงในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ และหากมีขอ้ ร้องเรียนหรือข้อสงสัยว่าอาจจะมี ๙๔ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, “รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ ๑๙๔-๒๐๕/๒๕๕๘”, ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘ ๙๕ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, “รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ ๔๓๔-๔๗๙/๒๕๕๘” ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘ ๙๖ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, “หนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ยธ ๐๔๐๔/๒๙๑๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ เรื่อง ข้อมูลความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบ ปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ....” 65

Select target paragraph3

Connect to a paragraph
Connect to an entity
Disable highlights
Add to table of contents