๔) ในการประกาศพื้นที่อนุรักษ์แห่งใหม่และการขยายพื้นที่จากเขตเดิม ไม่ควรประกาศเขต อนุรักษ์เพื่อหวงกันเพียงให้ได้จานวนพื้นที่ตามนโยบายป่าไม้ แห่งชาติเท่านั้น ในกรณีจาเป็นที่จะต้องมี การประกาศควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกาหนดและรับรู้ถึงแผนการดาเนินการของภาครัฐ รวมถึง เปิดโอกาสให้มีการโต้แย้งคัดค้านในกระบวนการ ๕) คณะรัฐมนตรีควรกาหนดมาตรการชัดเจนในการดาเนินนโยบายหรือโครงการใดๆ ของ หน่วยงานรัฐและเอกชนที่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินและทรัพยากรของชุมชนท้องถิ่น โดยต้องดาเนินกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสี ยก่อนการอนุญาตให้เข้าทา ประโยชน์ (ตามบทบั ญ ญั ติ ม าตรา ๕๗ และมาตรา ๕๘ ของรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๖๐) เพื่ อ เป็ น หลั ก ประกั น ว่ า สิ ท ธิ ข องประชาชนผู้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบหรื อ อาจได้ รั บ ผลกระทบจากการประกอบกิจการหรือโครงการใดๆ จะได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณี ระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี ๖) รั ฐ บาลต้องมองหมายให้ หน่ว ยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับแต่ละชุมชมกาหนดแนวทางและนโยบายที่ชัดเจนในการ ส่งเสริมให้ชุมชนบนพื้นที่สูงปรับรูปแบบการผลิตในระบวนเกษตร ไร่หมุนเวียน การจัดการป่าชุมชนให้ สามารถพัฒนา คิดค้นการผลิตที่เหมาะสมกับบริบทของสภาพพื้นที่ เพื่อเน้นส่งเสริมมิติด้านเศรษฐกิจ ท้องถิ่นควบคู่กับ การดูแลรั กษาฐานทรัพยากรธรรมชาติ เช่น จัดตั้งกองทุน เพื่ ออนุรักษ์และฟื้ น ฟู ไร่ หมุนเวียน พัฒนาพันธุกรรมข้าวและพืชอาหารท้องถิ่น การพัฒนาพืชยาสมุนไพร ๗) รัฐบาลต้องมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับหน่วยงานสาคัญด้านการศึกษาวิจัย ของประเทศ อาทิ สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สานักงานคณะกรรมการวิจั ยแห่งชาติ (วช.) มหาวิทยาลัยต่างๆ ให้สนับสนุนงานศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและความยั่งยืนการผลิต ของไร่หมุนเวียนให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นสอดรับกับการเปลี่ ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และ นโยบาย อาทิ การส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างชุมชนกับนักวิชาการ การ พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตของไร่หมุนเวียนแต่ละด้าน เช่น การคัดเลือก จัดการพันธุกรรมข้าว การปลูก การบารุงดิน การจัดการโรค เป็นต้น ๘) สนั บ สนุ น การสร้ างความเข้าใจต่อรัฐ และสั งคมให้ ตระหนักถึงความส าคัญของระบบไร่ หมุนเวียนในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางนิเวศ เศรษฐกิจ วัฒนธรรมที่มีบทบาทหน้าที่หลากหลาย และบูรณการ อันจะทาให้รัฐและสังคมเห็นความสาคัญในการคุ้มครอง การพัฒนาและร่วมกันคิดค้น เครื่องมือทางนโยบาย รวมถึงกฎหมายที่มีความสอดคล้อง ๗๔

Select target paragraph3